ขอบังอาจถามว่าหากพวกเราไม่พบเจอมันผู้นั้นในเวลาอันสั้น แล้วท่านนายเหนือหัวจะรอคอยได้ถึงเมื่อใด”
เมื่อได้ยินคำถามนี้แล้ว เฉินเฉียงได้จ้องมองไปยังหลูเป็งด้วยสายตาที่นิ่งลึก
ถึงแม้หลูเป็งจะเป็นสัตว์ประหลาด ต่อห้วงความคิดของเขาไม่ได้เล็กน้อยอย่างที่ใครๆคิด
แม้แต่หลูเป็งและหลินจิ้นก็ยังไม่คิดมาก่อนว่าหลูเป็งจะเป็นคนพูดถึงเรื่องนี้ นี่แสดงให้เห็นว่าหลูเป็งนั้นเป็นผู้ที่มีความคิดรอบคอบและถี่ถ้วนอย่างมาก
และนี่ทำให้แม้แต่หลิวฉิงและหลินจิ้นก็ยังต้องจ้องมองไปยังเฉินเฉียง
ฮูเตี๋ยนเองก็อยากจะถามคำถามเดียวกันอยู่แล้ว เขาจึงได้ส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณไปหาเฉินเฉียง “นายเหนือหัว จะดีกว่าหากปล่อยให้ฮั่นจุยเป็นเรื่องของไอ้แก่คนนี้จัดการ ส่วนท่านนั้นไปจัดการเรื่องสิ่งมีชีวิตต่างมิตินั่นจะดีกว่า หรือไม่ก็คิดหาวิธีนำร่างของจักรพรรดิทั้งสามกลับมาก่อนได้จะดีที่สุด”
เฉินเฉียงเองก็นิ่งคิดไปเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดออกมา “เอาอย่างนี้ ข้าจะรอท่านทั้งสามอยู่ที่เอเวอเรสต์ต์ทางทิศใต้เป็นเวลาครึ่งปี”
“หากในระหว่างนี้พวกท่านยังไม่ได้ข่าวคราวของฮั่นจุย นายเหนือหัวผู้นี้จะเข้าไปต่างเขตแดนเพื่อจัดการเรื่องราว”
ทุกคนเมื่อ