าวุโสสูงสุดที่ช่วยเหลือพ่อของข้าเอาไว้ให้ได้พบเจอกับข้าได้ในที่สุด”
“ผู้น้อย หยานเสวี่ย ขอขอบคุณผู้อาวุโสสูงสุดที่ช่วยเหลือพ่อบุญธรรมของข้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา”
“สมาชิกกองกำลังเทียนเว่ย ขอขอบคุณผู้อาวุโสสูงสุดที่ช่วยเหลือท่านนายพลเทียนเว่ยเอาไว้ในปีนั้น”
หลังจากที่เฉินเฉียง หยานเสวี่ย จางหยวนและคนอื่นๆพูดความในออกมาแล้วต่างก็ได้คุกเข่าลงหนึ่งข้าง พร้อมท่าทางที่เศร้าโศกเสียใจอย่างที่สุด
“นี่….”
เมื่อเห็นฉากนี้ ฮูเตี๋ยนรีบเข้าไปรับธงตราที่อยู่ในมือของเฉินเฉียงแล้วพูดออกมา “นี่….ธงตราของราชาสวรรค์….เขาอยู่ไหนกัน”
“พี่ใหญ่ ตามกฎของพวกเรานั้นต่อให้เป็นทายาทก็ไม่อาจถือครองธงตรานี้ได้….การที่ธงนี้มาอยู่ที่นี่แต่ไม่เห็นเขา ข้าเกรงว่า….”
เมื่อหยางตู๋พูดมาถึงจุดนี้แล้ว ฮูเตี๋ยนก็ได้จ้องมองไปที่เฉินเฉียงและคนอื่นๆที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถอดถอนลมหายใจแล้วพูดออกมา “เฉินเฉียง ย้อนกลับไปในตอนนั้น ตาแก่คนนี้กำลังกลับจากการพบคนผู้หนึ่งที่ตึกจอมพลหลัวหนาน และได้บังเอิญพบเจอราชาสวรรค์ที่โชคร้ายจนใกล้จะตกตาย”
“องค์กรฮุยตู๋ของข้าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลกมาก่อน คิดไม่ถึงว่าหลังจากผ่านไปยี่สิบกว่าปี ราชาสวรรค์จะต้องพบเจอเหตุเดิมอีกครา”
“โชคชะตามักเป็นเช่นนี้ แม้แต่ราชาสวรรค์ก็ไม่อาจหนีพ้นได้”
“อย่างไรก็ตาม ถือว่ายังดีที่เจ้าทั้งสองยังได้พบเจอกัน นี่ก็เรียกได้ว่ามีบุญมากเหลือนั