โยนทิ้งไปก็ได้พูดออกมา “เจ้านี่จะรีบร้อนไปทำซากอะไรกัน เดี๋ยวเว่ยหยวนตี้มาถึงค่อยฟังทีเดียวสิโว้ย จะต้องให้เล่าซ้ำซากทำไมกัน”
“ว่าแต่น้องหลินเฟิง มีเรื่องนึงที่ข้าอยากจะถามเจ้าน่ะ ขอให้เจ้าอย่าได้ปิดบัง”
“พี่ใหญ่เทียนเว่ยนี่น้า ดูพี่พูดเข้าดิ”
“น้องเล็กเช่นข้าคนนี้แม้ท่านไม่อยู่แต่ข้าก็ยังสรรเสริญเยินยอท่านต่อหน้าผู้คนมากว่ายี่สิบปีเกี่ยวกับฝีมือที่เลิศล้ำของท่านเลยนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝีมือของท่านที่ข้าไม่เคยเห็นใครที่เท่าเทียม”
“หากมีอะไรที่ท่านต้องการจะถามก็ถามมาได้เลย ข้าย่อมตอบท่านตามตรงอยู่แล้ว”
“ก็ดี”
เฉินเทียนเว่ยได้ตบมือและหัวเราะออกมา “ก็ดี น้องหลินเฟิง งั้นข้าก็ขอถามตรงๆเลยแล้วกัน”
“น้องชายเอ๋ย สิ่งที่ข้าจะถามก็คือ ในปีนั้นยามที่ข้าเกิดเรื่อง เจ้าคงจะจดจำได้เกี่ยวกับเรื่องที่กองกำลังเทียนเว่ยถูกไล่ล่าได้สินะ”
เมื่อเฉินเทียนเว่ยเอ่ยถาม เขาก็พลางมองไปที่ใบหน้าของหลินเฟิง
และอย่างที่เขาคาด เมื่อได้ยินคำถามนี้ หลินเฟิงถึงกับหน้ากระตุกในทันใด
เมื่อเห็นว่านี่เป็นโอกาส เฉินเทียนเว่ยจึงได้ถามต่อ “น้องหลินเฟิง เจ้ารู้สินะว่าใครกันเป็นผู้ที่สั่งไล่ล่ากองกำลังของข้าน่ะ แล้วเป้าหมายของคนผู้นั้นคือสิ่งใด”
เมื่อเห็นใบหน้าที่กระตุกยับของหลินเฟิง เฉินเทียนเว่ยเองแม้จะอยากจะถามออกไปต่อแต่ก็เลือกที่จะไม่พูดสิ่งใดออกไป กลับกัน เขากลับเลิกคิ้วแล้วเพียงแค่พูดออกมาเท่านั้น “หลินเฟิง ข้าเองก