็ถือเจ้าว่าเป็นน้องชาย แต่ดูเหมือนว่าเจ้าเองคงไม่อยากเป็นเสียแล้วกระมัง”
“….หรือก็เป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งคือเจ้าคือคนออกคำสั่งนั้นใช่รึเปล่า”
หลินเฟิงที่ได้ยินก็ถลึงตาโตก่อนที่จะยกมือป่ายปัดไปมา “พี่เทียนเว่ย ท่านเข้าใจข้าผิดแล้ว”
ย้อนกลับไปตอนนั้น ข้าเองก็ยังเป็นกัปตันกองกำลังธรรมดาอยู่เลยนา แถมยังเป็นนายพลวิญญาณขึ้นกลางเสียอีก แล้วอย่างข้าเนี่ยนะจะไปทำอะไรแบบนั้นได้กัน
“ก็แล้วใครกันล่ะเว้ย”
เมื่อเห็นท่าทางถมึงทึงของเฉินเทียนเว่ยแล้ว หลินเฟิงก็ได้ถอดถอนลมหายใจออกมาก่อนที่จะพูดต่อ “พี่เทียนเว่ย ในเมื่อเรื่องมันก็ผ่านมานานหลายปีแล้ว จะดีกว่าไหมหากท่านจะปล่อยให้มันผ่านไปน่ะ”
“อีกอย่างคือทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น”
“ตอนที่ข้าได้ยินว่าท่านตกตายไป ท่านเว่ยเองก็ได้ส่งคนไปสืบสวนแล้วประกาศออกมาว่ากองกำลังเทียนเว่ยเป็นสายลับของมนุษย์กลายพันธุ์ที่สร้างความเสียหายให้กับตึกจอมพลเหมันต์จันทราซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“นี่จึงทำให้ท่านเว่ยประกาศให้กองกำลังอื่นไล่ล่าคนในกองกำลังเทียนเว่ย”
“แต่เพียงผ่านไปหนึ่งวัน ท่านเว่ยก็ได้ออกคำสั่งยกเลิก มาตอนหลังข้าได้ยินว่าคนรับคำสั่งได้รับข้อมูลผิดพลาด สิ่งที่เขาสั่งคือการให้สรรเสริญกองกำลังเทียนเว่ย แถมตอนหลังท่านก็ออกมายืนยันด้วยตัวเองอีก”
“เรื่องในครานั้นยังดีที่ไม่ได้ทำให้ใครเป็นอะไรไปหรือตกตาย พวกเราจึงทำได้เพียงปล่อยเรื่องเลยตามเลย”
“ไม่มีใครเสียหายรึ