ยหยวนตี้มาถึงเร็วกว่าที่คิด หลินเฟิงก็แสดงออกมาอย่างยินดียิ่ง เขาไม่ได้สนใจในคำพูด ท่าทางและน้ำเสียงของเว่ยหยวนตี้เมื่อครู่เลยสักนิด ทำเพียงแค่เข้าไปต้อนรับขับสู้ด้วยท่าทางเปี่ยมสุข
“ท่านเว่ย ฉิงเชิน ไม่คิดจริงๆว่าทั้งสองคนจะมาเร็วขนาดนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า”
เมื่อเขาเดินไปตรงหน้าของเว่ยหยวนตี้ แสดงออกมาซึ่งความตื่นเต้นอย่างที่สุดเพียงเท่านั้น ก่อนที่จะดึงมือของเว่ยหยวนตี้ให้รีบเร่งเข้ามาในห้องแล้วพูดออกไป “ท่านเว่ย ท่านต้องไม่เชื่อแน่ๆว่าใครกันที่ขอให้ข้าเชิญท่านมาหา”
ท้ายที่สุดแล้ว เว่ยหยวนตี้นั้นราวกับจะไม่ถือสาเอาความกับการหลุดปากเรื่องใหญ่ออกมาของหลินเฟิง กลับกัน เขาก็ได้เปลี่ยนท่าทีแล้วยิ้มออกมาอย่างกว้างขวาง “หลินเฟิง ไอ้ตัวเวรตะไล เจ้าเนี่ยน้า อยู่ๆก็ทักไปให้รีบมาหา ข้าล่ะอยากรู้จริงๆว่าใครกันที่ถึงกับทำให้เจ้าติดต่อมาหาข้าให้รีบมาได้เนี่ย”
“ฮี่ฮี่ฮี่” หลินเฟิงยิ้มออกมาจากเจ้าเล่ห์ ก่อนที่จะรีบพูดออกมา “พี่ใหญ่ ทำไมท่านไม่มาเชิญท่านเว่ยด้วยตัวเองล่า ท่านเองก็ไม่ได้พบเจอเขามายี่สิบกว่าปีแล้วนา”
“มากกว่ายี่สิบปีเลยรึ” เมื่อเว่ยหยวนตี้ได้ยินก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป แม้จะได้ยินแบบนี้เขาก็ทำได้เพียงจ้องมองไปยังด้านหลังของชายตรงหน้าอย่างนึกหน้าค่าตาไม่ออก
เป็นตอนนี้ที่เฉินเทียนเว่ยได้ค่อยๆหันหลังมาแล้วพูดด้วยเสียงที่นิ่งลึก “เว่ยหยวนตี้ จะบอกว่าเจ้าหลงลืมพี่น้องจนหมดสิ้นแล้วรึไงกัน”
เมื่อได้ยินเ