วิญญาณออกไป -ฉิงเชิน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีเรื่องต้องคุยกันแฮะ ถึงแม้ว่าจะผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้ว แต่แม้แต่ข้าเองก็ไม่รู้เลยว่าจะคุยอะไรกับเขา ข้าว่าพวกเราอย่าได้อยู่ขัดคอการพูดคุยจะดีกว่า เจ้าน่ะมานั่งคุยเล่นกับพี่หลินเฟิงแทนก็แล้วกันจะดีกว่านา-
เว่ยฉิงเชินเองเมื่อเห็นท่าทางของเฉินเทียนเว่ยและพ่อของตนแล้วก็รับรู้ได้ว่าต้องมีเรื่องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แต่เธอก็ไม่ได้คิดมากแต่อย่างใด เธอได้กลอกตามองหลินเฟิงและลอบส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณออกไป –ลุงหลินเฟิง ก็แค่การดื่ม หนูไม่กลัวหรอกน่า-
หลังจากที่หลินเฟิงและเว่ยฉิงเชินไปนั่งที่โต๊ะแล้วหยิบไหไวน์มาเตรียมที่จะดื่มกิน เฉินเทียนเว่ยก็ได้ยักไหล่แล้วพูดออกมา “เว่ยหยวนตี้ เมื่อเห็นข้ามายืนอยู่ตรงนี้แล้วเจ้ารู้สึกเป็นเช่นไรล่ะนั่น”
ถึงแม้เว่ยฉิงเชินและหลินเฟิงจะแยกตัวไปดื่มไวน์ แต่หูของทั้งคู่ก็ยังเปิดอย่างเต็มพิกัด และเมื่อได้ยินคำพูดนี้แล้ว ไม่ว่าจะนึกตามยังไงก็นึกในทางดีเสียมิได้
และเมื่อทั้งสองได้มองไปที่เว่ยหยวนตี้อีกครั้งก็พบว่าเว่ยหยวนตี้ในตอนนี้หน้าซีดเผือดและร่างกายสั่นเทิ้มไม่หยุด
“เจ้า จะ พี่ พี่เทียนเว่ย ท่าน…ยัง…อยู่”
ในตอนนี้ปากของเว่ยหยวนตี้ราวกับหนักอึ้ง พร้อมใบหน้าที่กระตุกยับ
“แล้วเจ้าคิดว่ายังไงกัน” เสียงพูดของเฉินเทียนเว่ยนั้นราวกับส่งตรงมาจากนรก มันเต็มไปด้วยความเย็นชาชนิดที่ว่าแม้แต่เว่ยฉิงเชินและหลินเฟิงที่นั่งห่างไปไกลก็ยัง