นการมาครั้งนี้
นามของมันคือ หลิงหยาง ความหมายก็แจ่มชัดอยู่แล้ว มันคือ สุริยันแห่งโลกเซวียนหลิง โดยแก่นแท้ เป็นแสงตะวันที่หล่อหลอมขึ้นจากแก่นกลางโลกนั้น และได้รับการหลอมสร้างขึ้นโดย จอมจักรพรรดิผู้สูงสุดแห่งเซวียนหลิง
“โครม!”
เพียงชั่วพริบตา เพลิงทิพย์ลุกโชนก็คล้ายสัตว์อสูรตะกละตนหนึ่ง อ้าปากกลืนกินทุกสิ่งรอบข้างอย่างไร้ปรานี จนกระทั่งแม้แต่เจินเหรินปราบมารยังอดมิได้ที่จะขมวดคิ้ว
แม้เขาจะหาได้หวั่นเกรงต่อเพลิงประเภทนี้
ทว่าเหล่าผู้ฝึกวางรากฐานช่วงต้นที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นเย่กูเยว่ เย่ซิงเฟิง หรือคนอื่นๆ กลับแทบจะไม่อาจต้านทานได้ และเห็นได้ชัดว่า เซียนสวรรค์หมิงฮวา จับสังเกตจุดนี้ได้แล้ว
เจ้าต้องการปกป้องคนพวกนี้… เช่นนั้น ข้าจะใช้พวกเขาเบนเบี่ยงจิตใจของเจ้า!
ช่างเป็นคนหัวดื้อโดยแท้…
หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะใช้พวกมันมารบกวนจิตของเจ้า เมื่อพลังข้าทวี เจ้าลดถอย… ไม่ว่าเจ้าจะเก่งกาจเพียงใด ก็ไม่ใช่คู่มือของข้าอีกต่อไป!
เซียนสวรรค์หมิงฮวาคำนวณแผนการไว้อย่างแยบยล เขาเร่งพลังแห่ง หลิงหยาง ให้โหมกระหน่ำออกมา เพลิงสีส้มแดงถาโถมดั่งเกลียวคลื่นลูกแล้วลูกเล่า เจตนาชัดเจน คือ ล้างผลาญในขอบเขตกว้าง ไม่เพียงกลบคลุมเหล่าผู้ฝึกเบื้องหลังของเจินเหรินปราบมารทั้งหมด หากแม้แต่แผ่นดินกว้างพันลี้เบื้องล่าง… เขาก็มุ่งจะทำลายจนสิ้น!
เห็นดังนั้น เจินเหรินปราบมารก็พลันลบเลือนแววเมตตาจากสีหน้า ค่อยๆ ยื่