ยนเว่ยเขาก็รีบไล่ทหารองครักษ์ของตนออกไป ก่อนที่จะโฉบเอาไวน์ขึ้นมาสองไห พร้อมกับส่งให้เฉินเทียนเว่ยด้วยมือหนึ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งกำลังยกดื่มกินแล้วถามออกมา “พี่เทียนเว่ย ท่านหายไปไหนมากันตั้งยี่สิบสามปี”
“ในตอนนั้น ท่านเว่ยได้บอกข้าเพียงว่า พี่เทียนเว่ยได้สละชีวิตจนตกตายในน้ำมือของมนุษย์กลายพันธุ์ เพื่อให้ท่านเว่ยได้รอดกลับมา”
เฉินเทียนเว่ยได้ยักไหล่และพูดออกมา “น้องหลินเฟิง แค่ข้าหลบซ่อนตัวไปเพียงเท่านั้น”
“แต่อย่างน้อยๆที่ข้ารับรู้ก็คือดูเหมือนสวรรค์จะยังไม่ต้องการให้ข้าต้องตกตายและปล่อยให้ข้ากลับมามีชีวิตอีกครา”
“ถึงจะเป็นอย่างนั้นจริงแต่ทำไมพี่ใหญ่ถึงไม่กลับมาเลยล่ะ”
“แต่จะว่าก็ว่าน้า ท่านนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ไม่พบหน้ากันยี่สิบสามปี มาอีกทีก็กลายเป็นราชาจอมพลไปซะแล้ว”
“ท่านเองคงยังไม่รู้ แต่หลังจากเกิดเรื่องกับท่าน ท่านเว่ยนั้นทำท่าราวกับจิตใจแตกสลาย เขายังคอยอุปถัมภ์ค้ำชูให้กองกำลังเทียนเว่ยคงอยู่มาถึงทุกวันนี้จนกลายเป็นกองกำลังที่ภาคภูมิของตึกจอมพลเรา”
“โอ้” เฉินเทียนเว่ยได้ส่งสายตาที่ราวกับฉายแสดงได้ออกมาไปปราดหนึ่ง “ฮี่ฮี่ฮี่ น้องหยวนตี้ของข้าผู้นี้ช่างน่าสนใจนัก”
“เอ้อ จิงสิ น้องหลินเฟิง ในเมื่อข้ากลับมาแล้ว ทำไมเจ้าไม่ชวนให้น้องหยวนตี้มาร่วมดื่มกันหน่อยล่ะ”
“เออแหะ จริงด้วย” สายตาของหลินเฟิงลุกโชนขึ้นมาในทันใดพลางหัวเราะดังลั่น “อย่ากระนั้นเลย เดี๋ยวข้าชวนสาวน้อยฉิงเชินมาด้ว