หน้าบอกเขาอีกว่าให้เขานั้นจัดการได้ตามสมควร
เหอะ ตามสมควรบ้าบออะไรกัน
มันก็แค่ผู้การสูงไม่อยากจะเสนอหน้ามายุ่งเกี่ยวจนโยนมันต้มร้อนๆมาให้เขาก็เท่านั้นล่ะวะ
บอกออกมาราวกับไม่ได้รับรู้เลยสักนิดว่าเบื้องหลังของเฉินเฉียงทรงพลังขนาดไหน
แต่เดิมนั้น แค่เรื่องที่เขาโชวหยางก็เพียงพอจะทำให้เฉินเฉียง ตัวเขา และผู้การสูงไม่มีที่จะอยู่ในเผ่าพันธุ์แล้วด้วยซ้ำ จากการที่พวกเขาได้ไปช่วยพูดให้เฉินเฉียง
แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าเรื่องนี่จะคลี่คลายได้ง่ายๆเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งวัน
และในขณะที่หลินเฟิงกำลังก่นด่าผู้การสูงของตนอย่างไม่ขาดปากนี้เอง ก็ได้มีทหารองครักษ์คนหนึ่งได้ยืนรายงานจากด้านนอกห้องโถง
“รายงานท่านผู้การ มีใครบางคนร้องขอการเข้าพบท่านครับ ตอนนี้เขารอคำตอบรับจากด้านนอกตึก”
“ฮื้มมม” หลินเฟิงเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะถามออกไปอย่างคิ้วขมวด “ใครล่ะเฮ้ย”
“คนผู้นั้นไม่ได้แจ้งอะไรไว้มากครับ เพียงแค่แจ้งไว้ว่าเป็นเพื่อนเก่าที่แวะมาเยี่ยมเยือนเท่านั้น”
“ไม่ล่ะ” หลินเฟิงรู้สึกรำคาญจนเผลอตอบออกไปอย่างไม่คิด ก่อนที่จะพูดต่อ “เพื่อนเก่าจากไหนกันฟะนั่น หรือว่าไอ้คนนี้กำลังเบื่อหน่ายเลยมาหาอะไรทำที่ตึกจอมพลของข้ากัน รีบๆไล่ไปให้พ้นๆเลยไป”
เพียงสิ้นเสียงของหลินเฟิง เสียงสบถหนึ่งก็ได้ดังขึ้นมา
“ฮึ่มมมม น้องหลินเฟิงนี่เดี๋ยวนี้กลายเป็นคนถือตัวไปแล้วเหรอเนี่ย”
เป็นตอนนี้ที่หลินเฟิงถึงกับต้องสะดุ้งโหยงถลาลอยออกไปจากเก้าอี้พ