ียงเท่านั้น
และด้วยระดับการบ่มเพาะเพียงเท่านี้ ต่อให้จางหยวนและคนอื่นๆไม่ลงมือ คนเหล่านี้ก็ไม่อาจจะทำอะไรเฉินเฉียงได้
และหากไม่ได้กองกำลังเทียนเว่ยช่วยเหลือ ไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะทำอะไรกองกำลังของเจิ้งเชิงได้ ถึงแม้จะมีเพียงยี่สิบคนก็ตาม
แต่ด้วยการที่ตอนนี้เฉินเฉียงนั้นตกเป็นเป้าหมายของคนอื่น คนในกองกำลังเทียนเว่ยมีหรือที่จะยอมยืนดูอยู่เฉยๆ ในตอนนี้กองกำลังเทียนเว่ยและกองกำลังของเจิ้งเชิง ได้หันไปเผชิญหน้ากับคนของหวู่เจียง
เฉินเฉียงในตอนนี้จ้องมองหวู่เจียงอย่างเย็นชา ก่อนที่จะส่ายหัวไปมาอย่างไม่รู้ว่าจะด่ายังไงดี หลังจากนั้นเขาก็ได้ทะยานขึ้นฟ้าและสยายปีกสีเงินที่ใหญ่ยักษ์และยาวกว่าเก้าเมตรของตนออกมา
ในขณะที่อยู่กลางอากาศนี้ เมื่อได้ยินเสียงกระทบกันไปมาของเฉินเฉียงที่ครั่นคร้ามไปทั่วบริเวณนี้ นี่ทำให้หวู่เจียงและค้างคาวเลือดพิษเพลงแสดงออกมาด้วยใบหน้าที่ราวกับจะสิ้นหวังในชีวิต
ต่อหน้าของทั้งสอง เฉินเฉียงในตอนนี้ราวกับเป็นเทพสงครามบ้าเลือดที่กำลังตกอยู่ในสภาพสุดท้ายก่อนจะหลุดความบ้าคลั่งออกมา
“หวู่เจียงสินะ”
“เจ้าลองพูดคำก่อนหน้านี้ออกมาใหม่สิ”
ด้วยเสียงที่เย็นยะเยียบที่ราวกับยมบาลในนรกอเวจีนี้เอง มันได้เสียดแทงเข้ากระดูกของเขาจนไม่อาจพูดออกมาโดยง่าย
“ขะ ขะขะ ข้า….”
ถึงแม้ว่าหวู่เจียงจะกลัวอย่างจับใจ แต่ในฐานะที่เขาเองก็ถือว่าตนเป็นนายพลวิญญาณเหมือนกัน เขาจึงรีบสงบใจแล้วพูดออกมา
“พี่เ