งกลางหัวของมัน และปล่อยคลื่นพลังหนึ่งจากมือ
เป็นตอนนี้ที่แผ่นแก่นพลังงานแผ่นหนึ่งได้ปรากฏขึ้นในมือ
ฉากนี้ทำให้ทุกคนถึงกับยืนมองกันอย่างโง่งม
“นี่….สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์….เหรอ เจ้านี่คือตัวตนของสัตว์หายนะงั้นรึ”
“ฉิบหายล่ะ” หลู่จี้สบถออกมาในทันใด “กัปตัน ดูเหมือนว่าสัตว์หายนะนี่คนสร้างจะเป็นพวกมนุษย์กลายพันธุ์นะนั่น”
“ก่อนหน้านี้พวกมันฝังแผ่นแก่นพลังงานกับมนุษย์เพียงเท่านั้น นึกไม่ถึงว่าในตอนนี้แม้แต่สัตว์ประหลาดพวกมันก็ไม่เว้น”
“เจ้าสิ่งที่เรียกว่าสัตว์หายนะนี่น่าจะเป็นสัตว์ประหลาดที่ถูกครอบงำโดยแผ่นแก่นพลังงานนั่น”
“เป็นไปได้ว่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้ถูกควบคุมโดยมนุษย์กลายพันธุ์”
“พวกมันวางแผนที่จะทำอะไรกันแน่”
ด้วยการที่ผู้พูดคือหลู่จี้ที่เป็นมันสมองของกลุ่ม คำพูดของเขาเองย่อมมีน้ำหนักพอที่ทุกคนจะไม่โต้แย้งแต่อย่างใด
หลังจากได้รับฟังการวิเคราะห์นี้แล้ว สายตาทุกคนต่างก็ตกอยู่ในความประหวั่นพรั่นพรึง
ทั้งสามเผ่าพันธุ์ต่างก็พยายามรักษาดุลอำนาจมาโดยตลอด และในช่วงไม่กี่ปีมานี้เองที่กำลังรบของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้เริ่มที่จะเพิ่มขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นมา
แต่ก็คงไม่มีใครนึกว่า พวกมนุษย์กลายพันธุ์เองจะเริ่มเข้าไปควบคุมฝั่งสัตว์ประหลาดแทนที่
และนี่มันเปรียบได้ดั่งการที่มนุษย์ต้องรับศึกหนักอย่างการเผชิญหน้ากับสองเผ่าพันธุ์พร้อมกันเลยไม่ใช่รึไงกัน
“กัปตัน ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะแย่กว่าที่เราคิดไว้นะ