ห่งนี้
หลังจากลงมายังก้นของหน้าผา เฉินเฉียงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหญ้าที่คงอยู่ได้เพียงไม่กี่ชนิดนี้ สูงใหญ่กว่าสามช่วงตัวคน
ท่ามกลางความนุ่มของผืนหญ้าและความชื้นแฉะของพื้นที่โดยรอบ เฉินเฉียงค่อยๆค้นหาพื้นที่แห่งนี้อย่างละเอียดลออ
ไม่นาน ด้วยการตรวจสอบของพลังจิตของเขา เขาก็ได้พบซากกระดูกที่สมบูรณ์กองหนึ่ง
และนี่ทำให้เขาตื่นเต้นยินดีจนรีบวิ่งเข้าไปหา
ไม่นาน เฉินเฉียงก็ได้พบกองกระดูกอีกหกกอง จากสภาพ เจ้าของกระดูกเหล่านี้สมควรจะตกตายไม่น้อยกว่ายี่สิบกว่าปี
หรือให้พูดอีกอย่างก็คือ ท่ามกลางกระดูกเหล่านี้ต้องมีร่างของเฉินเทียนเว่ย
ถึงแม้ว่าจิตวิญญาณของเฉินเฉียงในตอนนี้จะเป็นของผู้ที่ผ่านห้วงเวลามานับพันปี สายสัมพันธ์ระหว่างเขาและเฉินเทียนเว่ยจึงไม่ได้จะรุนแรงมากมายแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เขานั้นรู้สึกไม่สบายใจอย่างที่สุดเมื่อได้ยินมาว่าเฉินเทียนเว่ยตกตายอยู่ที่นี่
ด้วยการฟื้นคืนจิตวิญญาณและถูกพามาไว้ในร่างนี้ เฉินเฉียงเองก็พอจะรู้สึกได้ว่า ความรู้สึกที่เปี่ยมล้มของเขาในตอนนี้เป็นเจตจำนงที่ค้างคาของเจ้าของร่างที่เขาสิงสู่อยู่นี้เสียมากกว่า
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ยึดติดกับสายสัมพันธ์อย่างแรงกล้า
นี่ทำให้เขานั้นคิดว่าจะเป็นการดีกว่าหากว่าทำให้เจ้าของร่างเดิมได้สมหวังดั่งใจปรารถนา
แม้ว่าในตอนนี้เขาจะเป็นเจ้าของร่างก็ตาม แต่อย่างน้อยๆ เขาก็จะถือว่านี่เป็นการตอบแทนเจ้าของ