หน้าบิดเบี้ยวไปมาพลางใช้มือเขกหัวตัวเองราวกับจะกระตุ้นให้ตระหนักคิด ก่อนที่จะนั่งลงแล้วปิดตาลงไป ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและโหยหวนที่ดังไปมานี้ แม้แต่เสียงลมที่ผัดผ่าน ก็โหยหวนไม่ต่างกับสัตว์ประหลาดเลยแม้แต่น้อย
ยี่สิบวันให้หลัง เฉินเฉียงก็ได้ลืมตาขึ้นมา
ในเมื่อนึกไม่ออกก็ลงไปดูซะก็สิ้นเรื่อง
ยังไงซะ เฉินเทียนเว่ยนั้นก็สมควรจะตกตายลงที่นี่ เป็นไปได้ว่าเขายังอาจจะหาซากร่างเจออยู่ก็เป็นได้ และบนนั้น สมควรจะมีร่องรอยให้เขาได้สืบหา
เมื่อเฉินเฉียงมองลงไปที่ก้นผา เขาคาดการณ์ได้ว่าหน้าผานี้ควรจะมีความสูงเพียงหกร้อยเมตรเท่านั้น
แต่เมื่อเฉินเฉียงบินลงไปแล้ว เขาก็ได้พบว่าก้นผานี้ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นจากที่ไกลลิบแบบก่อนหน้า
หลังจากเฉินเฉียงลงมาเกือบพันเมตร เขาก็เริ่มได้พบเจอพืชพันธุ์ที่เติบโตอยู่ใต้ผา
“ฮื้ม หมอกพิษ”
เมื่อเฉินเฉียงได้เห็นพืชที่ขึ้นอยู่ใต้ผานี้ เขาก็รับรู้ได้ในทันทีว่าข้างใต้ผานี้มีสภาพแวดล้อมเป็นเช่นไร
อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่เขามีสายเลือดโกลาหลแรกกำเนิด เขาย่อมป้องกันพิษได้ โดยเฉพาะกับพิษที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไรแบบนี้
และนี่ทำให้เขาเริ่มสบายใจขึ้นมา
นี่หมายความว่าสิ่งแวดล้อมตรงใต้ผานี้ยากที่จะพบเจอสิ่งมีชีวิตอย่างแน่นอน
เมื่อไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดแม้แต่สัตว์ประหลาดที่จะอยู่ได้ ต่อให้มันเป็นเวลานานกว่ายี่สิบหรือสามสิบปี หากเฉินเทียนเว่ยตายที่นี่ เขาก็ต้องย่อมพบเจอซากร่างอยู่ที่ใต้ผาแ