้งนั่น ไม่สิ ข้าจะบินไปให้ทั่วทั้งสามตึกจอมพลเลยด้วยซ้ำ”
“ชิ หลางซานเอ๋อ หากเจ้าอยากมีปีกแบบกัปตันมากนักล่ะก็ ง่ายนิดเดียว ก็แค่เข้าไปหาไอ้พวกกลายพันธุ์แล้วบอกพวกมันไปว่าขอฝังแผ่นแก่นวิญญาณหน่อย แค่นั้นเอง ง่ายๆ สบายๆ”
“ไอ้เถื่อน(เหรินหมิง) นี่เจ้าคิดจะไล่ข้าไปตายรึไงกัน หรือเจ้าคิดจะหาเรื่องกับข้าจนกว่าจะตายกันไปข้างนึงน่ะ ห้ะ”
“กัปตันเขาไม่ได้รับปีกสีเงินมาโดยแผ่นแก่นพลังงานนั่นสักหน่อยนี่หว่า”
“ก็กัปตันเขาได้รับมันมาเพราะมีอาจารย์ที่ถ่ายทอดพลังพิเศษให้กับเขาด้วยตัวเองอย่างผู้อาวุโสสูงสุดแห่งฮุยตู๋เลยนะวุ้ย”
“งั้นเจ้าก็ควรจะรู้นี่หว่าที่กัปตันได้รับมันมาเพราะว่ามีอาจารย์ที่ทรงพลังขนาดนั้น นั่นก็หมายความว่าไม่ใช่ใครก็ได้ที่ท่านจะรับมาเป็นศิษย์ ดังนั้นจะดีกว่าหากเจ้าเลิกล้มความคิดนี้ไป”
“ได้ก็ดี พวกเจ้านี่เวลาเคลื่อนพลจะอยู่กันเฉยๆไม่ได้เลยรึไงกันเนี่ย ห้ะ” จางหยวน ก่นด่าออกมา เมื่อได้ยินแบบนี้ ทั้งสองก็รีบตีห่างออกไปอย่างพร้อมเพรียง “รีบๆไปได้แล้ว ไม่อย่างนั้นล่ะก็เดี๋ยวกัปตันจะเหมาเรียบไปซะหมด ไม่ยอมเหลือให้พวกเราอีกแหงๆ”
“จริงด้วย แค่กัปตันกระพือปีกทีเดียวก็หายวับไปกับตาแล้ว ดีไม่ดีป่านนี้เขาไปถึงเขตหลัวหนานแล้วมั้งนั่น”
เมื่อนึกถึงเรื่องที่ว่าเฉินเฉียงนั้นสามารถใช้ปีกได้อย่างตามใจหลังจากเรื่องที่เขาโชวหยางแล้วนั้น ในตอนนี้ ทั่วทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างก็รับรู้แล้วว่าปีกสีเงินที่