ฮั่นจุยทรยศต่อเผ่าพันธุ์แบบนี้ล่ะก็ ไอ้พวกมนุษย์ต้องเสียหายอย่างเหลือคณานัก”
“หากผู้อาวุโสฮั่นยินดีที่จะเข้าร่วมกับพวกเราจริงล่ะก็ เพียงแค่ข้อมูลที่เขามีก็เพียงพอที่จะทำให้เผ่าพันธุ์ของเราควบคุมพวกมนุษย์ได้แล้วนะ”
“แต่….ฮั่นจุยมันจะทรยศต่อมนุษย์จริงเหรอ ไม่ว่ายังไงก็ตาม เขาเป็นถึงคนชั้นสูงของเผ่าพันธุ์เลยนะ มองยังไงก็ไม่น่าจะทรยศเผ่าพันธุ์ได้”
“ก็ไม่แน่นา ท่านไม่เห็นเหรอว่าฮั่นจุยนั้นสวมหน้ากากอยู่ เป็นไปได้ว่าอาจจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นกับเขาก็ได้”
“นั่นสิ ข้าเองก็ไม่เชื่อว่านี่จะเป็นเพียงการเสแสร้งแกล้งทำ เพราะไม่ว่ายังไงก็ตาม ต่อให้พวกมนุษย์มันจะส่งคนมาสอดแนมพวกเรามากมายขนาดไหน พวกมันก็ไม่สมควรจะส่งผู้อาวุโสสูงของพวกมันเองอย่างฮั่นจุยออกมา”
“ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนก็รู้ดีว่าคนที่มาที่นี่ได้นั้นไม่ใช่ว่าใครจะเข้ามาได้ อย่างน้อยๆก็ต้องเป็นผู้ที่ต้องได้รับการรับรู้ว่าเป็นนักรบมีชีวิตของพวกเรา”
ท่ามกลางเสียงพูดของผู้คน ฮั่นจุยที่ใส่หน้ากากอยู่นั้น ได้ก้าวเดินออกมาข้างหน้าอย่างช้าๆ ก่อนที่จะถอดหน้ากาก เผยให้เห็นใบหน้าอีกครึ่งหนึ่งของตน
เมื่อเหล่าจ้าวเกาะได้เห็นใบหน้าที่เหลือที่มีแต่หลุมบ่อบนใบหน้าของฮั่นจุยแล้ว ท่าทางของทุกคนก็เปลี่ยนไป หลายๆคนอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาอย่างดัง
“ไอ้ฉิบ….. น่าขยะแขยงนัก อะไรที่ทำให้ผู้อาวุโสสูงของพวกมนุษย์ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้เนี่ย”
“ทุกคนบอกว่าฮั่นจุยนั้นคือ