หนุ่มหล่อที่สุดของในเหล่าในหมู่สภาสูงภาคกลางคนนั้น แต่กับใบหน้าของมันในตอนนี้ก็คงจะยากที่จะอยู่ที่นั่นล่ะนะ”
“ใครกันที่ทำร้ายผู้อาวุโสฮั่นได้ถึงขั้นนี้เนี่ย”
“จะใครซะอีก เขาเป็นถึงราชาจอมพลภาคกลางเลยนะ คนที่จะทำร้ายเขาได้ขนาดนี้ก็ควรจะอยู่ในระดับขั้นสูงเป็นอย่างน้อย”
“งั้นนี่ก็หมายความว่าฮั่นจุยไปมีเรื่องกับคนที่ทรงพลังในสภาสูงจึงต้องระเห็จมาเข้าร่วมกับเราสินะ”
ฮั่นจุยไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมากับคำพูดของทุกคน เขานั้นยังคงรับฟังอยู่เงียบ
แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง เขาก็ได้หัวเราะออกมา ก่อนที่จะชี้ไปที่ใบหน้าครึ่งเดียวของตนแล้วพูดออกมา “ข้านั้นได้ยินมาว่ามีใครบางคนสงสัยว่าใบหน้าครึ่งหนึ่งของข้าที่ตกอยู่ในสภาพนี้จะต้องถูกผู้อาวุโสของมนุษย์เป็นคนลงมือเป็นแน่ แต่ข้าขอบอกเลยว่าไม่ใช่แบบนั้น”
“ข้าขอบอกตามตรงว่าคนที่ทำร้ายข้านั้นเป็นเพียงนายพลวิญญาณขั้นสูงเพียงเท่านั้น”
“ห้ะ เป็นเพียงนายพลวิญญาณแต่สามารถทำร้ายผู้อาวุโสฮั่นได้ถึงขนาดนี้ นี่…นายพลวิญญาณของมนุษย์ทรงพลังขนาดนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
“ผิดแล้ว”
ฮั่นจุยได้กล่าวคำทัดทานออกมา “ข้า ฮั่นจุย ไม่ถือว่าตนเองเป็นมนุษย์ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน”
“ส่วนไอ้นายพลวิญญาณขั้นสูงที่ทำร้ายข้านี้มันก็เป็นคนของราชาสวรรค์”
เมื่อพูดจบ ฮั่นจุยได้มองไปที่ราชาสวรรค์ที่ยืนอยู่แถวหน้าและรับฟังเรื่องราวอย่างไม่รู้สึกรู้สา
“ฮื้ม ข้าเหรอ”