มื่อได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาของเฉินเฉียงก็ได้เปลี่ยนเป็นแดงกล่ำแล้วตะคอกออกมา “คนที่รู้เรื่องราวในวันนี้มีใครอยากจะบอกข้าที่ไหนกัน แม้แต่ท่านราชาสวรรค์ก็ยังไม่อยากจะเอ่ยถึง กับหลี่ปิงที่รับรู้เรื่องราวนั่นก็ได้ตกตายไปแล้ว แล้วกับไอ้ชั่วเช่นเว่ยหยวนตี้นั่นมันจะกล้าปริปากบอกออกมาได้ยังไงกัน นี่เจ้าคิดในสิ่งที่เจ้าพูดออกมาบ้างรึเปล่าเนี่ย ห้ะ”
“มีคนที่ยังคงรับรู้เรื่องนี้เพียงน้อยนิด แล้วเจ้ายังมีหน้ามาบอกว่าให้ข้าไปสืบหาด้วยตนเองอีกเนี่ยนะ”
เมื่อเผชิญหน้ากับเฉินเฉียงที่อยู่ในโหมดคลุ้มคลั่งนี้ แม้แต่ราชาเหนือมนุษย์อย่างหยานเสวี่ยก็ยังต้องตื่นตระหนัก
“เฉิน….เฉียง ไม่ใช่ว่าข้า…ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากจะบอกเจ้า แต่ข้าเองก็ได้รับฟังมาเพียงเท่านี้”
“เอาอย่างนี้ดีรึเปล่า ข้าจะติดต่อไปหาท่านราชาสวรรค์เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องนี้ หากท่านไม่ยอมบอก ข้าจะไปช่วยเจ้าขอร้องท่านราชาสวรรค์ให้บอกเล่าเรื่องราวของพ่อของเจ้าที่เกิดขึ้นในปีนี้ เจ้าคิดว่ายังไง”
เมื่อพูดจบ หยานเสวี่ยรีบส่งข้อความไปหาราชาสวรรค์ในทันที
แต่หลังจากผ่านไปสักพัก หยานเสวี่ยก็พูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ข้าขอโทษ เฉินเฉียง ท่านราชาน่าจะกำลังยุ่งอยู่จึงไม่อาจตอบข้อความของข้าได้”
“ไม่มีทาง”
เฉินเฉียงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไปที่เกาะเทียนลี่กัน”
ในครั้งนี้ ความเร็วที่เฉินเฉียงใช้นั้นเรียกได้ว่าทิ้งห่างจากหยานเสวี่ยไปไกลจนทำให้เธอนั้นไม่อา