นทันที
หลังที่เว่ยหยวนตี้ได้ยินคำพูดของหยานเสวี่ยแล้ว ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปราวกับตื่นตระหนกในอะไรบางอย่าง มือที่สั่นเทิ้มของเขาชี้ไปที่หยานเสวี่ยแล้วพูดมาอย่างสั่นเครือออกมา “เจ้า เจ้าโกหก”
“พี่เทียนเว่ยนั้นเป็นพี่น้องอันดีกับข้า แล้ว…แล้วข้า….ข้าจะไปทำอย่างนั้นได้ยังไง”
“เมื่อยี่สิบสามปีก่อนมีมนุษย์กลายพันธุ์มาก่อสงครามที่ในเขตกันหนันของข้าจริง เรื่องนี้เป็นที่รู้กันทั่ว ลองไปถามคนในตึกจอมพลเหมันต์จันทราได้ ทุกคนต่างกันรับรู้ในเรื่องนี้”
“และพี่เทียนเว่ยนั้นในตอนนั้นยังเป็นนายพลอยู่ที่นั่น กระนั้น ระดับการบ่มเพาะของเขาก็เป็นสองลองเพียงข้า ในฐานะที่เป็นผู้การของที่นั่นแล้ว แล้วข้าจะไปทำลายกำแพงป้องกันที่ดีเลิศ…ไม่ แล้วข้าจะไปทำลายพี่น้องของตนเองได้ยังไง”
“แล้วก็ เจ้า เรื่องมันเกิดเมื่อยี่สิบสามปีก่อนแล้วเจ้าที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวข้าไม่ใช่รึไง ในตอนนั้นเจ้ายังไม่เกิดด้วยซ้ำล่ะมั้ง แล้วเจ้าจะไปรู้เรื่องนี้ดีได้ยังไง”
“หึหึหึ เว่ยหยวนตี้ เจ้าก็อาจจะพูดถูกนะ เพราะเรื่องในตอนนั้น แม้แต่ข้าเองก็ยังไม่เกิดเลยละมั้ง ” หยานเสวี่ยสบถออกมาเล็กน้อยแล้วได้พูดต่อ “แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่เขาว่ากันว่า หากไม่ทำ คนอื่นก็ไม่ได้รับรู้”
“ในวันนั้น นอกจากเฉินเทียนเว่ยที่ได้ปกป้องเจ้าแล้ว เจ้านั้นยังมีองครักษ์ประจำตัวอยู่อีกคนที่ชื่อหลี่ปิง พวกเจ้าอยู่ในถ้ำที่อยู่ใกล้ผาแถวๆตึกเหมันต์จันทรา