ด้พูดออกมา “เฉินเฉียง ตาแก่คนนี้เข้าใจความรู้สึกของเจ้าดีว่าเจ้านั้นอยากจะรีบแก้แค้นให้กับพ่อของเจ้าที่ได้ตกตายไป”
“แต่เจ้าเองนั้นก็เพียงได้ยินคำพูดของสาวน้อยที่จำคำของคนอื่นมาพูดเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีหลักฐานหรือพยานมาร่วมประกอบ”
“แถม ผู้การเว่ยนั้นยังยืนกรานปฏิเสธอีก”
“ถึงแม้เรื่องจะมาจนถึงป่านนี้แล้ว แต่ข้าว่าก็คงจะไม่สายที่จะสืบหาความจริงก่อนกระมัง”
“แต่….ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ข้าคิดว่าเรื่องนี้คงจะไม่มีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างคุณหนูเว่ยกับเจ้าหรอกนะ”
“อย่าได้ลืมไปว่า เจ้าในตอนนี้ไม่อาจจะทะลวงข้ามขั้นได้เพราะแก่นสายเลือดเผาไหม้ไป ทำได้เพียงร่วมหอกับคุณหนูเว่ยเพียงเท่านั้น”
“แต่จะเลือกสิ่งใดนั้น ตาแก่คนนี้คงปล่อยให้เจ้าเป็นผู้ตัดสินใจเอง”
“จริงด้วยค่ำ พี่ใหญ่เฉินเฉียง ใครจะไปรู้ เป็นไปได้ว่าหากเราอยู่ด้วยกันไปแล้ว ท่านอาจจะบรรลุข้ามขั้นได้ขึ้นมาก็ได้ พี่ใหญ่เฉินเฉียง เรามาแต่งงานกันในวันนี้กันเถอะค่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของหลิวฉิงแล้ว ฉิงเชินได้คว้าฟางเส้นสุดท้ายนี้เอาไว้ พลางกอดแขนของเฉินเฉียงและพูดออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลริน
เธอนั้นคิดว่าหากสามารถสลายหัวใจที่เกลียดชังภายในใจของเฉินเฉียงได้ด้วยวิธีการนี้ เธอย่อมยินดีที่จะถวายตัว
เมื่อฉิงเชินได้แสดงออกมาด้วยท่าทางเช่นในตอนนี้ เฉินเฉียงยิ่งรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าเดิม
เขาเองไม่ใช่ว่าจะไม่อยากร่วมหอลงโรงไปพร้อมกับเว่ยฉิงเชิน
แต่คนที่มีความเป