นทันทีว่าเว่ยหยวนตี้นั้นสักแต่จะพูด
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเริ่องออกมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาเองก็คงจะทำได้เพียงลงมือตรวจสอบเพียงเท่านั้น เพราะ ระหว่างชื่อเสียงของนายพลที่พร่ำพ่นโดยไม่มีหลักฐาน กับผู้อาวุโสสูงแห่งเผ่าพันธุ์ เขาย่อมต้องรักษาชื่อเสียงของตนเองไว้ก่อน
และหลังจากได้วางมือบนหัวของหยานเสวี่ยแล้วทำการปล่อยคลื่นพลังงานออกมา เขาก็ไม่พบแผ่นแก่นพลังงานเลยแม้แต่น้อย นี่ทำให้เขารีบสงบใจลงแล้วพูดกับฮูเตี๋ยนในทันที “ขอบคุณพี่ฮูนักที่ช่วยเตือนข้าในวันนี้ ไม่เช่นนั้นข้าเองก็คงจะได้ฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างไร้เหตุผลไปแล้ว”
เมื่อรับรู้ว่าหยานเสวี่ยไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์ นี่ทำให้หลิวฉิงนั้นทำได้เพียงไม่ใส่ใจหยานเสวี่ยได้เพียงเท่านั้น
“เป็นไปได้ยังไงกัน” เว่ยหยวนตี้ก้มหัวลงในทันทีพร้อมกับพูดออกมาเบาๆ พร้อมจิตใจที่ว้าวุ่น
แม้แต่ฉิงเชินที่อยู่ข้างกายเฉินเฉียงก็ยังรู้สึกตกตะลึงในเรื่องนี้
เธอนึกไปถึงว่าก่อนหน้านี้เฉินเฉียงแม้จะไม่ได้ปิดบังว่าหยานเสวี่ยนั้นเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ แต่ในตอนนี้ ผู้อาวุโสหลิวฉิงยังบอกมากับปากว่านางเองไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์
เป็นไปได้ว่า……
ฉิงเชินได้มองไปที่ฮูเตี๋ยนราวกับจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
เป็นไปได้ว่าฮูเตี๋ยนนั้นอาจจะบังคับผู้อาวูโสของสูงสุดอย่างหลิวฉิงไม่ให้นางต้องยุ่งยากรึเปล่านะ
หลังจากเห็นหยานเสวี่ยรอดพ้นจากอันตราย เฉินเฉียงก็ได้แอบกระซิบคุยกับเธอด้วยเสียงอันเบา “หยานเสวี