บใบหน้าแข็งค้างไป แต่กระนั้น เขาก็ยังทำตัวฝืนกล้าพูดออกมาในที่สุด “ผู้อาวุโส ถึงแม้ท่านนั้นจะเป็นผู้ที่มาจากฮุยตู๋ก็ตาม แต่หากผู้น้อยจำไม่ผิด ฮุยตู๋นั้นจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ ไม่สิ ไม่ยื่นเข้ายุ่งกับความขัดแย้งของทั้งสามเผ่าพันธุ์ไม่ใช่หรอกหรือ นั่นควรจะรวมถึงเรื่องความขัดแย้งภายในด้วยถึงจะถูก”
เพียงฮั่นจุยได้พูดคำนี้ออกมา ทุกคนถึงกับหน้าซีดเผือดในทันทีเมื่อได้รับรู้ว่าคนแก่ตรงหน้านั้นมีเบื้องหลังที่ทรงพลังอย่างองค์กรลึกลับที่มีชื่อว่าฮุยตู๋
ไม่แปลกใจเลยจริงๆที่แม้แต่ผู้อาวุโสโลหะศักดิ์สิทธิ์ก็ยังต้องแสดงความเคารพ
ตามตำนานเรื่องเล่าได้กล่าวไว้ว่าฮุยตู๋นั้นทรงพลังอย่างยากที่จะหยั่งถึง แม้พวกเขาจะไม่เข้ามามีส่วนร่วมกับความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์ แต่พวกเขานั้นก็มีอำนาจพอที่จะให้ใครอยู่หรือตายก็ได้ในโลกใบนี้ นี่จึงทำให้ไม่มีใครที่กล้าจะไปหาเรื่องฮุยตู๋
เมื่อชายแก่ได้ยินคำถามของฮั่นจุย เขาก็ได้ยิ้มแล้วพูดออกมา “ไม่เลว ว่าต่อไป”
เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว ฮั่นจุยก็ราวกับบังเกิดความกล้าขึ้นมาแล้วพูดต่อ “แล้วหากว่าเป็นอย่างนั้นจริง แล้วทำไมผู้อาวุโสถึงได้เข้ามาแทรกแซงเรื่องที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องการจะจัดการกับสายลับของต่างเผ่าพันธุ์ในวันนี้กัน”
“โฮ่ เจ้าบอกว่าเฉินเฉียงนั้นเป็นสายลับจากเผ่าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่เผ่าพันธุ์มนุษย์งั้นรึ” ชายแก่ได้ชี้ไปที่เฉินเฉียงพลางพูดออกมา ก่อนที่จะหันไปมองสี่ผู