กับมันได้ยังไง”
“ไม่ พี่ใหญ่เฉินเฉียงไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์สักหน่อย”
“แล้วก็ ต่อให้เขาเป็นมนุษย์กลายพันธุ์แล้วยังไงกัน ก่อนหน้านี้เขานั้นได้เผาผลาญแก่นสายเลือดของตนเองเพื่อช่วยท่านจนไม่อาจจะข้ามระดับการบ่มเพาะได้อีก แต่ท่านก็ยังพูดจาอย่างนี้กับเขาอีกเนี่ยนะ”
“ท่านพ่อ อย่าบอกนะว่าท่านไม่แยแสที่พี่ใหญ่เฉินเฉียงเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยท่านเลยแม้แต่น้อยน่ะ”
เมื่อพูดออกมาถึงเรื่องนี้ เว่ยฉิงเชินนั้นรู้สึกปวดใจอย่างที่สุดเมื่อได้พูดถึงการที่เฉินเฉียงยอมเสี่ยงชีวิตยอมแม้กระทั่งเผาผลาญแก่นสายเลือดของตนเพื่อช่วยพ่อของตน แต่พ่อของตนนั้นกลับตอบแทนเขาเช่นนี้
“พอแล้ว”
ฮั่นจุยที่อยู่บนเวทีนั้นในตอนนี้ได้ส่งเสียงที่กังวานดังลั่นจนทำให้ทุกอย่างสงบเงียบลง
เขาได้เดินลงบันไดของเวทีพิธีงานแต่งของตนอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงสั่นประสาทในทุกย่างก้าวที่ได้เดิน เฉกเช่นเดียวกับในครั้งก่อนที่เขามีเรื่องกับฮั่นจุย ก่อนที่จะได้เข้าไปยังเขตแดนจักรพรรดิ
และนี่ทำให้ทุกย่างก้าวของเขานั้นหนักแน่นราวกับหินผา และมันได้กระแทกเข้าไปที่หน้าอกของเฉินเฉียง
อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงในครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน เขาไม่แม้แต่ถอยหนี กลับกัน เขาได้ปลดปล่อยขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ออกมาเพื่อต่อต้านการโจมตีของฮั่นจุย
แต่ด้วยการที่การกระตุ้นนี้เขาต้องโจมตีจุดลมปราณทั่วร่างให้ติดขัดชั่วเวลาหนึ่งถึงจะกระตุ้นใช้เจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขาได้ น