ๆเลยว่าหากไม่ใช่เพราะฮั่นปู้เอ๋อได้แทรกแซงจนกลายเป็นผู้นำศึกในวันแรกและสั่งไม่ให้พวกเราไปช่วยเหลือกองกำลังเทียนเว่ยด้วยคำสั่งการสงครามแล้วล่ะก็ ด้วยความสามารถที่เลิศล้ำของพวกเขาผนวกกับกองกำลังที่ทรงพลังของพวกเรา พวกเราคงจะกวาดล้างมนุษย์กลายพันธุ์ได้ตั้งแต่วันแรกแล้ว”
“ข้า หลี่เชินไม่ใช่เพียงผู้เดียวที่สามารถยืนยันในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ หากผู้อาวุโสต้องการคนยืนยันเพิ่มเติม ข้าสามารถเรียกให้บรรดานายพลที่เข้าร่วมรบในวันนั้นให้มายืนยันเหตุการณ์ที่พวกเขาประสบได้ว่าเป็นความจริง”
“ไอ้ขยะแห่งเผ่าพันธุ์จ้าวลี่ผู้นี้มันใช้ความแค้นส่วนตัวเป็นที่ต้องในการบริหารงานของส่วนรวม นี่ไม่เพียงเกือบจะทำให้นักรบผู้กล้าของเผ่าพันธุ์เกือบจะล้มตายไปเท่านั้น การกระทำของมันยังทำให้เผ่าพันธุ์สูญเสียอย่างยากที่จะเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้”
“ถึงแม้ตำแหน่งของข้าผู้นี้จะต่ำต้อยกว่าทุกคนในที่นี้มากนัก แต่ผู้ต่ำต้อยเช่นข้าก็ยังรู้ดีว่าอะไรดำอะไรขาว หากพวกเราไม่กำจัดขยะโสโครกแห่งเผ่าพันธุ์ จ้าวลี่ผู้นี้ออกไปล่ะก็ เหล่านายพลที่ร่วมสงครามในครานั้น หากได้รับรู้เรื่องนี้ก็คงยากที่จะยอมรับได้จริงๆ ข้าก็คงหวังได้เพียงว่าพวกนั้นคงไม่สิ้นคิดเอาเยี่ยงเอาอย่างล่ะนะ”
ถึงแม้ว่าคำพูดนี้ของหลี่เชินจะกล่าวออกมานั้นดูเหมือนจะพูดเพื่อช่วยเหลือเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของจางหยวน แต่เขาก็พูดพลางจ้องมองไปยังผู้อาวุโสโลหะศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี