ครึ่งปีผ่านไป ถึงแม้ว่าเจิ้งยี่จะไปไม่ถึงระดับราชา แต่เขาก็กลายเป็นนักรบที่ทรงพลังสมกับเป็นกึ่งราชาอย่างที่สุด
“กัปตัน”
หลังจากเจิ้งยี่ส่งข้อความออกไป จางหยวนและพวกก็ได้มาหา
ในช่วงที่ผ่านมานี้ ระดับการบ่มเพาะในภาพรวมของกองกำลังเทียนเว่ยนั้นสูงขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ ในตอนนี้ นอกจากเจ้งยี่ จางหยวน และหนี่เฟิงที่อยู่ในระดับกึ่งราชาแล้ว คนอื่นก็เรียกได้ว่าอีกไม่นานแล้วเหมือนกัน
“กัปตัน ผู้นี้คือ…”
เมื่อได้เห็นสาวงามมายืนประกบเฉินเฉียงแล้วนั้น ทุกๆคนต่างก็พอกันคิดไปไกล
หยานเสวี่ยเองนั้นในตอนนี้เลือกที่จะหันหลังและจากไป ปล่อยให้เฉินเฉียงใช้เวลาร่วมกับคนในกองกำลังของตน
“เอ้า ก็องครักษ์หยานไง” เฉินเฉียงตอบออกมาอย่างไม่มากความแล้วพูดออกมาต่อ “จางหยวน เจ้าจะไปร่วมงานที่เขาโชวหยางหรือไม่”
“ไม่ล่ะ กัปตัน ท่านเองก็ยังถูกหมายหัวอยู่นา ข้าว่าหากท่านไปมีหวังท่านถูกจับต้องแต่ยังไม่เข้างานเลยด้วยซ้ำมั้ง”
จางหยวนเป็นคนแรกที่เอ่ยปากเพื่อที่จะหยุดเฉินเฉียง ส่วนคนอื่นก็พยักหน้าเห็นด้วยกันเป็นทิวแถว
เฉินเฉียงที่รู้ทันก็ได้ยกมือขึ้นห้ามปรามก่อนที่จะพูดออกมา “พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ไปนั่นแหละ ในครั้งนี้ข้าจะไปที่นั่นเพียงคนเดียวเพื่อที่จะส่งของให้เว่ยหยวนตี้เพียงเท่านั้น ก็ไม่น่าจะต้องพบเจอสิ่งใดนะ”
“ยิ่งไปกว่านั้น หยานเสวี่ยเองก็จะตามข้าไปด้วย ตอนนี้เธอเองก็อยู่ในระดับราชาขุนพลแล้วด้วย”
“หากพวกเจ้าอยากจะติดตามจ