ยขนาดไหนหรอกเฟ้ย”
“ไม่เช่นนั้นพวกข้าจะตามมาฆ่ามันทำไมกัน”
“คงไม่ใช่ว่าเจ้านั้นคิดกุเรื่องขึ้นมาจะได้เก็บของไว้ที่ตัวเองหรอกนะเว้ย”
เจ้าของร้านหน้าปลาจวดที่ได้ยินก็ใบหน้ากระตุกเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะได้ชี้ไปยังซากร่างทั้งสี่ที่ยังไม่ถูกสัตว์ทะเลกลืนกินไปแล้วพูดออกมา “พี่ใหญ่เกา หากไม่เชื่อข้า ท่านก็ลองลงไปดูบาดแผลของคนของข้าทั้งสี่ศพนั่นดูก็ได้”
“หากไอ้หม่าหลิวผู้นั้นอ่อนด้อยอย่างที่ว่าจริง แล้วมันจะฆ่าคนของข้าอย่างง่ายดายได้เช่นไร”
“แต่ก่อนที่ท่านจะมาถึงเพียงเล็กน้อยนั้น ไอ้เวรนั่นก็เผ่นหนีไปแล้ว ข้าคิดว่าเป็นเพราะพวกท่านมาอย่างอลังจึงเป็นเหตุให้ไอ้เวรนั่นรู้ตัวจนหนีไป”
เมื่อเห็นว่าเจ้าของร้านหน้าปลาจวดไม่มีท่าทางจะโกหก ผู้นำกลุ่มคนได้ยกมือขึ้นแล้วตะคอกออกมา “รอหาพระแสงอะไรเล่า รีบตามหามันตัวมันเซ่”
และนี่ทำให้คนทั้งสิบที่มีแม้แต่ระดับเทียบเท่ากับราชาขุนพล ก็รีบส่งกระแสจิตของตน ควานหาร่องรอยของเฉินเฉียงในคราบของหม่าหลิวอย่างสุดความสามารถ
ที่พื้นที่ที่ห่างไกลจากจุดเกิดเหตุ มีเสียงของใครคนหนึ่งได้พูดออกมา
“ไอ้ฉิบหาย พี่ชาย ข้าไม่คิดเลยจริงๆว่าไอ้หนูนี่จะมีพลังจิตที่แหลมคมนัก”
“ข้านั้นยังรู้สึกเลยว่าไอ้หนูนี่สัมผัสถึงการคงอยู่ของพวกเราได้ด้วยซ้ำ”
“ไม่มีทางน่า ต่อให้ไอ้หนูนี่จะมีพลังจิตที่สูงล้ำขนาดไหนก็ตาม แต่การที่จะจับการคงอยู่ของเราสองคนนั้น ยังขาดไปอีกสักหน่อยถึงจะทำได้”
“แต่ข้าเองก