ม่เจ็บตัว ช่างหาได้ยากยิ่งนัก”
หลังจากพูดจบ ชายคนนี้ก็ได้มองผ่านหยานเสวี่ยไปหาเฉินเฉียงด้วยสายตาเย็นชา พร้อมกร่นด่าออกมา “เฉินเฉียง นี่เอ็งไปทำนรกห่าเหวอะไรมาวะ เพราะเจ้า พ่อคนนี้ถึงกับต้องขัดแย้งกับเบื้องบนจนตัดโอกาสในการเลื่อนขั้น ไม่สิ แม้แต่ตำแหน่งผู้การแห่งตึกเหมันต์จันทราก็แทบจะรักษาไว้ไม่อยู่เลยนะโว้ย”
หรือก็คือ สองร่างที่มาปรากฏตรงหน้าเฉินเฉียงนี้ หนึ่งคือผู้การสูงแห่งตึกจอมพลเหมันต์จันทรา อีกหนึ่งคือผู้คุมกิจกรรมในตึก จ้าวเชิง
หลังจากตะครุบร่างของหยานเสวี่ยแล้วผลักไปด้านหลังแล้ว เฉินเฉียงและเจิ้งยี่ได้ก้าวขึ้นหน้าและกล่าวทักทายออกมา “โอ้ เป็นท่านผู้การและท่านผู้ควบคุมจ้าวนี่เอง ข้าล่ะแปลกใจจริงๆว่าเหตุใดท่านทั้งสองถึงได้มาเยือนที่อาณานิคมเล็กๆอย่างอาณานิคมเขาหมางนี่ได้กัน”
เป็นตอนนี้ที่มีร่างอีกสิบกว่าร่าง ทะยานออกจากพื้นที่อาณานิคมเขาหมาง และพุ่งตรงมาที่นี่
และเมื่อรับรู้ได้ว่าจางหยวนและพวกออกไปอย่างกะทันหัน นี่ทำให้หลิงเว่ยและคนของเขาติดตามมา
แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นฉากเหตุการณ์ชัดขึ้น ก็พบว่า ผู้บุกรุกนั้นคือหลินเฟิง
“ทำความเคารพ ท่านผู้การ”
เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว จางหยวนและพวกก็ถึงกับต้องรีบทำความเคารพในทันที
ส่วนหลิงเว่ยและนักรบของเขาหมางนั้น สำหรับพวกเขาแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบเจอผู้บังคับบัญชาที่ตนเองได้สังกัด ทุกคนจึงรีบทำความเคารพตามอย่างไว พร้อมกับสายตาที่แน่วแน่ใน