ระหว่างมองผู้การของตนคนนี้
หลินเฟิงที่เห็นก็ได้ยกมือขึ้นแล้วพูดออกมา “ทุกคนยืนขึ้น ไม่ต้องมากพิธี”
หลังจากนั้น หลินเฟิงก็ได้ชี้ไปที่กระดาษที่ปักบนต้นไม้แล้วพูดออกมา “เฉินเฉียง เจ้าลองดูกับตาของเจ้าเองสิว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในตอนนี้”
เจิ้งยี่ในตอนนี้ได้หยิบกระดาษแผ่นที่ว่าขึ้นมา
ส่วนเฉินเฉียงนั้น ในตอนนี้ เขาได้มองไปยังหลินเฟิงแล้วถามออกมาด้วยท่าทีเคร่งขรึม “ท่านผู้การ…. ท่านเองก็คิดจะจับข้างั้นรึ”
“เฉินเฉียง นี่เป็นประกาศจากสภาสูงเลยนะโว้ย มันบอกว่าไม่ว่าใครก็ตามที่คิดว่าตัวเองยังเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ ให้ใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อเข้าต่อกรกับกองกำลังเทียนเว่ยของเจ้า”
“เออ โดยเฉพาะการจับเจ้าเป็นๆนั่นด้วย”
“นี่เจ้าไปทำอะไรมากันแน่เนี่ย”
“ทำไมเจ้าถึงได้กลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์แล้วไหนจะยังเรื่องที่ไปทำร้ายท่านผู้การร่วมเว่ยอีก”
เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว เฉินเฉียงนั้นยังไม่ได้พูดเถียงอะไรออกมา คนในกองกำลังเทียนเว่ยนั้นกลับรู้สึกโกรธแค้นแทนเร็วกว่าเฉินเฉียงซะอีก
“ไอ้ฉิบหาย”
หลางซานเอ๋อนั้นเป็นคนแรกที่กระโดดออกมาจากกองกำลังหลางชี้หน้าหลินเฟิงแล้วตวาดออกมา “กัปตันของพวกเราไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์โว้ย”
“แล้วไอ้เว่ยหยวนตี้นั่นนะ มันจะด้านหน้าเกินไปแล้ว”
“กล้าดียังไง”
เมื่อได้ยินแบบนี้ จ้าวเชิงที่ยืนอยู่ข้างหลินเฟิงก็ตะคอกออกมาอย่างเดือดดาล ก่อนที่จะพุ่งตรงไปหาหลางซานเอ๋อ และส่งฝ่ามือหนึ่งให้พุ่งตรงไปยังเข