า
ถึงแม้จ้าวเชิงนั้นจะดำรงตำแหน่งในฐานะผู้ควบคุม แต่เขานั้นก็ยึดถือเกียรติของตระกูลที่รับใช้ผู้เป็นนายมานานราวกับเป็นองครักษ์ส่วนตัวก็ว่าได้
ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เจ้านายของตนนั้นถูกกระทำใส่อย่างเสียมารยาท จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะเดือดดาลและลงมือ
อย่างไรก็ตาม จ้าวเชิงนั้นพึ่งจะข้ามขั้นระดับการบ่มเพาะเพียงนายพลวิญญาณขั้นสูงได้ไม่นาน แล้วเขาจะไปเทียบกับหลางซานเอ๋อได้ยังไง
ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องการลงมือ ก่อนที่ผู้คุมจ้าวจะได้เข้าสู่จุดปะทะ เขาก็ถูกจางหยวนและคนอื่นๆล็อกตัวแล้วลากไปวางไว้ที่ข้างหลินเฟิงในทันที
“ท่านผู้การ”
หลังจากลากจ้าวเชิงไปไว้ที่แล้ว จางหยวนได้ก้าวไปอยู่ตรงหน้าของหลินเฟิงแล้วพูดออกมา “กัปตันของพวกเรานั้นไม่ใช่พวกมนุษย์กลายพันธุ์แต่อย่างใด”
“หวังว่าท่านคงจะไม่ถือสาที่คนในกองกำลังของข้าโกรธเคืองไปต่อคำโกหกคำโตเมื่อครู่นี้”
“หากว่าไม่ใช่กัปตันของเราได้ช่วยเว่ยหยวนตี้เอาไว้ เว่ยหยวนตี้นั้น มันก็ควรจะตกตายไปในน้ำมือของราชาสวรรค์มานานแล้ว”
“และที่เขารอดพ้นมาได้นั้นเป็นเพราะกัปตันของพวกเรายอมเผาผลาญแก่นสายเลือด เพื่อช่วยมันผู้นั้นจนเขาไม่สามารถข้ามขั้นการบ่มเพาะได้อีกในอนาคต”
“แล้วทั้งๆที่กัปตันของพวกเรานั้น เสี่ยงชีวิตของตนเพื่อช่วยเว่ยหยวนตี้ แต่มันผู้นั้นกลับตอบแทนคุณความดีนี้ด้วยความเกลียดชัง บอกข้าหน่อยเถอะว่าท่านจะไม่ให้พวกเราต้องเดือดดาลได้ยังไง”
“ช่างมันเถอะจางหยวน