พูดไปก็เท่านั้น”
เฉินเฉียงได้หยุดจางหยวนที่ในตอนนี้แสดงออกมาด้วยใบหน้าคับข้องใจอยากระบายอย่างที่สุด ก่อนที่จะมองไปยังหลินเฟิง
“ในเมื่อผู้การหลินมาด้วยตัวเองในวันนี้ เห็นที่ข้านั้นคงไม่แคล้วจะพาข้ากลับไปให้ได้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม”
“เว่ยหยวนตี้และฮั่นจุยนั้นต้องการตัวข้าเพียงเท่านั้น หรือก็คือนี่เป็นเรื่องของข้า เฉินเฉียงผู้นี่เพียงผู้เดียว สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ย่อมไม่เกี่ยวข้องกับคนในกองกำลังข้าแต่อย่างใด”
“กัปตัน”
จางหยวนและพวกนั้นรู้ดีว่าหลินเฟิงนั้นคือราชาระดับขุนพลขั้นกลาง ต่อให้พวกเขาทั้งหมดจะอยากต้านทานขนาดไหนก็ไม่อาจจะทำได้ แต่ถึงกระนั้น พวกเขาทุกคนก็ไม่ลังเลที่จะยืดอกและออกมายืนเคียงข้างเฉินเฉียง
หยานเสวี่ยที่ยืนฟังอยู่นาน ในตอนนี้เธอได้เดินขึ้นมา พร้อมชี้กระบี่ไปที่หลินเฟิงแล้วพูดออกมา “ใครต้องการที่ต้องการตัวเฉินเฉียงไป คนผู้นั้นต้องข้ามศพข้าไปก่อน”
หลินเฟิงนี้ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เป็นจ้าวเชิงที่อยู่ข้างๆนั้น เขาในตอนนี้แสดงออกมาด้วยท่าทางโกรธเกรี้ยวจนหน้าแดงฉานแล้วตะคอกออกมา
“จางหยวน ไอ้ตัวเวรตะไล”
“คำประกาศนี้มันชัดเจนอยู่แล้วว่าใครก็ตามที่พบเจอร่องรอยพวกเจ้านั้น ให้มันผู้นั้นรีบแจ้งไปยังสภาสูงภาคกลาง”
“แต่นี่ ท่านผู้การสูงนั้นมาที่นี่ด้วยตัวเองคนเดียวเลยนะ หากท่านต้องการจะจับพวกเอ็งนั้น ท่านก็สมควรจะยกกองทัพมาไหม”
“ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ท่านนั้นเป็นปากเป็นเสียงให้พวกเ