กายล้วนๆแล้วนั้นก็สามารถจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย
และหลังจากฆ่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้ เฉินเฉียงได้ใช้มือขวาของตนยื่นไปสัมผัสซากร่างเพื่อดูดซับทักษะและพลังงานทั้งหมดจากสัตว์ประหลาดเหล่านั้น
ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
“ไม่”
“ไม่ได้”
“นี่ก็ยังไม่ได้”
เฉินเฉียงในตอนนี้นั้นตกอยู่ในสภาพราวกับปีศาจแล้วที่สังหารสัตว์ประหลาดและดูดซับพลังงานจากสัตว์ประหลาดทุกตัวที่ได้พบ แต่กระนั้น โครงสร้างพลังสายเลือดของเขาก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง
และเพียงชั่วครึ่งวัน พื้นที่โดยรอบอาณานิคมเขาหมางสิบกว่ากิโลเมตรนั้น ไม่หลงเหลือสัตว์ประหลาดเลยแม้แต่ตัวเดียว
ส่วนเจิ้งยี่นั้น ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมเฉินเฉียงถึงได้บ้าคลั่งไล่ฆ่าสัตว์ประหลาดได้ถึงขนาดนั้น แต่กระนั้น เขาก็ยังคอยเดินตามไล่เก็บซากตามไปเรื่อยๆ
หลังจากกวาดล้างจนหมดสิ้น เฉินเฉียงก็ได้ถอดถอนลมหายใจออกมา ก่อนที่จะหันไปหาเจิ้งยี่แล้วพูดขึ้นมา “เจิ้งยี่ นำซากสัตว์ประหลาดพวกนี้ไปยังทีมเก็บกู้แล้วให้หัวหน้าทีมจัดการไป”
เมื่อพูดจบ เฉินเฉียงก็ได้หันหลังและเดินตรงไปยังสุสานของซุนต้าฮู่แล้วนั่งลงที่นั่น
ส่วนเจิ้งยี่เองนั้นก็ทำตามคำบอก เขาได้นำซากสัตว์ประหลาดกว่าร้อยตัวกลับไปยังอาณานิคม
เมื่อได้เห็นกองซากร่างตรงหน้านี้ หลิงเว่ย จางหยวนและคนอื่นๆต่างก็สงสัยอย่างสับสนแล้วถามออกมา “เกิดอะไรขึ้นเจิ้งยี่ นี่เจ้าออกไปฆ่าสัตว์ประหลาดมางั้นรึ”
หลิงเว่ยได้ส่ายหัวไปมาในทันที “เฮ้ออออ