ล็ดลับเหล่านั้นไว้ แต่ก็ยังไม่เคยฝึกฝนจริงจัง เพียงนำออกไปแลกเปลี่ยนกับหงยวิ๋น ครั้นพอมาคิดดูในตอนนี้ ก็ช่างเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องยิ่งนัก
เจ้าเฒ่าอั้งเซียวผู้อุปนิสัยชั่วร้ายโดยกำเนิด!
ลวี่หยางสบถในใจด่าทออั้งเซียวอีกพักใหญ่ แลจากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารหงยวิ๋นขึ้นมาเล็กน้อย… ท่านเจินจวินผู้นี้ ชะตาช่างอับโชคโดยแท้
ไม่เพียงถูกล่อลวงไปสังหารอย่างไร้คำอธิบายเมื่อห้าพันปีก่อน แต่ยังถูกอั้งเซียวดึงวิญญาณสกัดจิต ทำให้ความทรงจำฉีกขาดเกินครึ่ง แผนการฟื้นคืนตนก็ยังถูกช่วงชิงไปอีก เวลานี้เพิ่งมีแววความหวังนิดหนึ่ง ก็ยังเป็นเพียงเหยื่อล่อที่อั้งเซียวปล่อยออกมา ช่างไม่ต่างจากตกอยู่ในสภาพ อยู่ก็ไร้สุข ตายก็ไร้ทางหนี
‘หากเป็นข้า… คงเลือกเริ่มต้นใหม่ไปนานแล้ว!’
“อะไรนะ? หงยวิ๋นเริ่มต้นใหม่ไม่ได้รึ?”
“เช่นนั้น… ก็ไม่มีปัญหาแล้ว!”
ลวี่หยางสะบัดความคิดวุ่นวายออกไป หันกลับไปมองบรรพชนถิงโยวด้วยแววตาคาดหวัง “เช่นนั้นท่านบรรพชน… ท่านเข้าใจอะไรจากเคล็ดนี้บ้าง? เคล็ดวิชานี้มีจุดบกพร่องหรือไม่?”
“อืม… ตัวเคล็ดเองก็มีปัญหาเช่นกัน”
ขณะกล่าวเช่นนั้น บรรพชนถิงโยวก็พลิกฝ่ามือขึ้น ค่อยๆ หยิบ‘เคล็ดพิธีบวงสรวงไท่ซวี’ซึ่งเชื่อมโยงกับ สวรรค์แห่งความมิมี ออกมา กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า “แต่ปัญหาไม่ใหญ่”
ในดวงตาของบรรพชนถิงโยวฉายแววแห่งปัญญา “ตามที่ข้าคำนวณ เคล็ดลับนี้น่าจะถูกฝังกลวิธีเปิดทางย้อนกลับเอาไว้