“รับคำสั่ง”
ไม่นาน ทุกคนก็ได้ลดระดับเกราะของตนเองลงเหลือเพียงระดับนายพลวิญญาณขั้นต้นอย่างพร้อมเพรียง
หลังจากเตรียมตัวกันแล้ว จางหยวนได้ตรงไปยังทางเข้าอาณานิคม
“โปรดแจ้งผู้สั่งการหลิงเว่ยด้วยว่ามีเพื่อนเก่ามาเยี่ยมเยือน”
เมื่อเห็นคนทั้งสิบสามคนที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันที่หน้าประตูทางเข้าอาณานิคมนี้ เหล่าทหารยามต่างก็รู้สึกตื่นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
ยังไงซะ ทหารยามเหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่นักรบที่อยู่ในระดับทหารสายเลือดขั้นกลางเพียงเท่านั้น เมื่อเทียบกับจางหยวนและพวกในตอนนี้ พวกเขาก็ไม่ได้ต่างจากเทพสงครามแต่อย่างใด ยังดีที่พวกเขาไม่ได้ปล่อยจิตสังหารออกมาด้วย
หากดูจากระดับเกราะพลังงานในตอนนี้ พวกเขานั้นก็บอกได้เลยว่ากลุ่มคนตรงหน้ามีระดับการบ่มเพาะไม่ได้ต่างไปจากผู้ที่อยู่ในตำแหน่งผู้สั่งการหรือรองผู้สั่งการของอาณานิคมของพวกเขาเลยสักนิด
แต่ด้วยการที่จางหยวนนั้นเรียกผู้สั่งการของตนว่าเพื่อนเก่า นี่ทำให้ทุกคนต่างก็โล่งใจขึ้นมา
“ท่านนายพล โปรดรอสักครู่ ข้าน้อยจะรีบไปแจ้งเดี๋ยวนี้”
หลังจากผ่านไปสักพัก หลิงเว่ยผู้ซึ่งในตอนนี้อายุล่วงเลยไปสี่สิบปีแล้ว ได้รีบตรงมาพร้อมรองผู้สั่งการซูเพื่อดูว่าใครมาหา
“นายพลจาง”
ถึงแม้จะผ่านมากว่าห้าปีแล้ว หลิงเว่ยก็ยังจดจำจางหยวนได้แม้เพียงแรกเห็น แต่เมื่อเขาพบเจอผู้คนที่แอบซ่อนอยู่ข้างหลังแล้ว เขาก็ยิ่งมีท่าทีประหลาดใจออกมา
“เฉินเฉียงเหรอ เด็กๆ เป็นเฉินเฉียงกล