านไม่ได้แล้ว เราจะต้องออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
หลังจากพูดจบ จางหยวนก็ได้เหลือบไปมองเว่ยหยวนตี้ด้วยสายตาเย็นยะเยียบ ก่อนที่จะอ้าปากพูดออกมา “แล้วเราจะทำยังไงกับคนผู้นี้ดี”
เว่ยหยวนตี้เองที่เห็นท่าทางราวกับยอมเป็นปฏิปักษ์ต่อเผ่าพันธุ์ของคนในกองกำลังเทียนเว่ยก่อนหน้านี้แล้วนั้นก็อดที่จะหวั่นใจไม่ได้
และในตอนนี้ เมื่อเขาได้เห็นสายตาอันเย็นยะเยียบของจางหยวนและคนอื่นๆแล้วก็อดที่จะตื่นตระหนกในทันทีไม่ได้เช่นเดียวกัน
“จางหยวน เฉินเฉียงมันเป็นมนุษย์กลายพันธุ์นะเว้ย มันเป็นศัตรูของเผ่าพันธุ์เรา พวกเจ้าจะทำยังงี้ไม่ได้”
“นี่เจ้าต้องโง่ขนาดไหนกันถึงได้คิดทำการกันอย่างนี้”
“เอาอย่างนี้ ตราบใดที่เจ้ายอมตัดสัมพันธ์กับเฉินเฉียงแล้วจับกุมเขาให้ข้า ข้าสัญญาเลยว่าด้วยสถานะผู้การร่วมแห่งตึกจอมพลของเข้า ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องยากลำบากในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน”
“ถุ้ย”
หลังจากหลางซานเอ๋อและกัวเหลียงสบถออกมาแทบจะพร้อมกันแล้ว ทั้งสองต่างก็พุ่งขึ้นหน้าออกมาอย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนที่จะระดมตบไปที่หน้าแก่ๆของเว่ยหยวนตี้ในทันที
“ป้าบ” เสียงดังสนั่นส่งท้ายบนใบหน้าของเว่ยหยวนตี้นี้ถึงกับทำให้เขานั้นต้องเบือนหน้าหนีไปตามแรงตบ
และการตบนี้เรียกได้ว่าเป็นการตัดสัมพันธ์กับเผ่าพันธุ์มนุษย์ ไม่คิดจะย้อนกลับไปอีก
“ศิษย์พี่ หยุดเลยนะ”
ถึงแม้เฉินเฉียงจะไม่อยากจะห้ามทุกคน แต่เมื่อนึกถึงผลของการกระทำแล้วก็ทำใ