ห้เขานั้นต้องหยุดทุกคนเอาไว้
“กัปตัน ไอ้ตัวเลวชาติแบบนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์แต่อย่างใด ข้าละนึกไม่ออกจริงๆว่าทำไมท่านต้องยอมสละอนาคตเพื่อมันผู้นี้”
“นี่ทำให้ข้านึกถึงสิ่งที่คนเฒ่าคนแก่เคยว่าเอาไว้”
“มันคือคนที่ตอบแทนบุญคุณคนด้วยการกระทำที่โสมม”
“หากเจ้าถามความเห็นข้าล่ะนะ ข้าบอกได้เลยว่าสมควรจะต้องรีบฆ่าคนเยี่ยงนี้”
เมื่อเห็นท่าทางของเฉินเฉียงที่ส่ายหัวไปมาแล้ว กัวเหลียงก็ได้ถอดถอนลมหายใจออกมาก่อนจะอดพูดค่อนแคะออกมาเสียมิได้ “ศิษย์น้องเล็ก ถึงแม้ว่าสาวงามนั้นจะหาได้ยากก็จริง แต่เจ้าควรจะคิดให้ดีว่าเจ้านั้นสมควรจะไปร่วมเครือญาติวงศ์วานกับคนเช่นนี้รึเปล่า ไหนจะเรื่องที่ว่าคนอย่างเว่ยหยวนตี้นั้นจะยอมยกลูกสาวให้เจ้ารึเปล่านั่นอีก”
เจิ้งยี่ก็ราวกับฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาได้เดินไปตบบ่าของเฉินเฉียงก่อนจะพูดทีเล่นทีจริงออกมา “กัปตัน สาวงามนั้นเปรียบได้กระดูกสันหลังของชีวิต ท่านต้องคิดๆดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ล่ะ”
ในทันทีที่เฉินเฉียงได้ยินคำพูดของกัวเหลียงและเจิ้งยี่แล้วนั้น ประกายความขาว(เว่ยฉิงเชิน)หนึ่งก็ผุดเข้ามาในจิตใจของเขา
แต่เมื่อเขานึกถึงสภาพของตนในตอนนี้แล้วก็ทำให้เขาอดที่จะส่ายหัวออกมาไม่ได้ “นี่ข้าควรจะด่ายังไงออกมาเนี่ย นี่คิดอะไรกันอยู่”
“ข้า เฉินเฉียง ตัวข้านั้นอาจจะต้องติดตรึงอยู่ระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงไปชั่วชีวิตแต่ท่านกับเจิ้งยี่กลับคิดว่าข้ายอมสละอนาคตเพื่