อสาวงามเนี่ยนะ คิดได้ยังไงกัน”
ที่ข้าไม่ปล่อยให้เว่ยหยวนตี้ตายนั้นเป็นเพราะข้าต้องการจะถามอะไรบางอย่าง
เป็นตอนนี้ที่เฉินเฉียงได้ลอบส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณแก่จางหยวน -จางหยวน เจ้ายังจำได้อยู่ใช่หรือไม่ว่าบ้านเกิดของข้าอยู่ที่ไหน พาคนของเราไปยังเขาหมางก่อน เจิ้งยี่กับข้านั้นมีเรื่องบางอย่างที่ต้องทำก่อนถึงจะตามไป-
หลังจากไปถึงที่นั่นแล้ว ขอให้เจ้านั้นระวังตัวให้ดี เจ้าต้องไม่ทำตัวเตะตา และไม่หล่อยให้คนที่นั่นรับรู้ว่าพวกเราเป็นใคร ไม่อย่างนั้นล่ะก็พวกเราคงไม่แคล้วต้องตกตายกันหมด
เมื่อได้ยินเสียงนี้แล้ว จางหยวนก็พยักหน้ารับก่อนที่จะถามออกมา -กัปตัน ท่านมีอะไรที่ต้องทำอยู่งั้นรึ-
-ไม่ต้องถามหรอกน่า แล้วก็ไม่ต้องกังวลด้วย เมื่อมีเจิ้งยี่อยู่ข้างกายข้า เจ้าก็น่าจะคลายกังวลได้ไม่ใช่เหรอ-
หลังจากนั้น จางหยวนก็ได้บอกเรื่องนี้กับกัวเหลียงและทุกคนผ่านการถ่ายทอดเสียงผ่านจิตวิญญาณ ทุกคนได้มองไปที่เฉินเฉียงและเจิ้งยี่ปราดหนึ่งก่อนที่จะหายตัวไปจากทะเลสาบเรือนกระจก
หลังจากกองกำลังเทียนเว่ยคนอื่นได้ออกไปแล้ว เฉินเฉียงได้พูดออกมา “เจิ้งยี่ เจ้าไปป้องกันที่ทางเข้าเอาไว้ อย่าให้ใครเข้ามาใกล้”
“รับคำสั่ง”
และในตอนนี้ เหลือเพียงเฉินเฉียงและเว่ยหยวนตี้
เฉินเฉียงได้ขยับเก้าอี้เข้ามาหาเว่ยหยวนตี้ พลางมองไปที่เว่ยหยวนตี้โดยไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำ
ในตอนนี้ ทั้งสองราวกับต่างคนต่างกำลังคิดคำนวนอะไรบางอย่าง เมื่อ