่ให้ระดับราชาก้าวก่ายการสงครามของนักรบในระดับนายพลน่ะ”
“แต่ในตอนนี้เจ้ากลับกล้าลงมืออย่างเปิดเผย กล้าคิดจะทำร้ายนักรบของข้าต่อหน้าต่อตาแบบนี้ นี่หมายความว่าเจ้าคิดจะฉีกสัญญาและเริ่มสงครามอย่างเต็มรูปแบบสินะ”
“นี่เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่”
หลังจากได้ยินคำพูดนี้แล้ว หลินไฮ่หวังก็ไม่ได้ต่อปากต่อคำกลับในทันที และมือของเขาก็ไม่ได้ปล่อยห่างจากเฉินเฉียงแต่อย่างใด และก็ไม่ได้มีท่าทีผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย
“เว่ยหยวนตี้ แกนี่มันไอ้ตัวหน้าด้าน(ปากว่าตาขยิบ,เสแสร้งแกล้งทำ)โดยแท้”
“ทุกคนต่างก็รับรู้ได้จากท่าทีว่าแกน่ะต้องการจับกุมตัวเฉินเฉียงแล้วนำไปรีดเค้นข้อมูลความลับของเขตแดนจักรพรรดิ แต่กลับยกข้อสัญญาเช่นนี้มาอ้าง นี่ยิ่งแสดงให้เห็นว่าแกน่ะเป็นคนยังไง”
“แล้วคนอย่างแกยังมีหน้ามาเอ่ยอ้างเรื่องอย่างการปกป้องนักรบแห่งเผ่าพันธุ์อีกเนี่ยนะ”
“หากว่านี่เป็นเพียงเรื่องที่เกี่ยวกับสงครามย่อยระหว่างเผ่าพันธุ์ของข้ากับเผ่าพันธุ์ของแกอย่างที่แกพูดออกมาล่ะก็ ข้า หลินไฮ่หวังผู้นี้จะไม่ยุ่งด้วยเลยแม้แต่น้อย”
“แต่ก็นะ เว่ยหยวนตี้ หากแกคิดจะยกเรื่องนี้มาอ้างล่ะก็ ข้าว่าเป็นแกต่างหากที่เป็นฝ่ายผิดกฎ”
“ก่อนหน้านี้ตัวข้ายังคิดอยู่เลยว่าเฉินเฉียงนั้นเป็นนักรบของเผ่าพันธุ์แกจริงๆถึงได้กล้าลงมือทำร้ายนักรบที่น่ารักของข้า”
“แต่ทุกคนต่างก็เห็นแล้วว่าไม่ว่าจะมองยังไงก็ตาม ไอ้เฉินเฉียงผู้นี้มันคือคนของเผ่าพันธุ์ข้าโดยดูได้จา