สินะ อย่างนี้ก็คงตามต่อไม่ได้แล้วกระมัง”
“ผู้ตรวจสอบจาน ต่อให้เราถอนกำลังรบในตอนนี้ก็ยังถือว่าเป็นต่อใช่หรือไม่”
“ถูกต้อง ท่านเว่ย ไอ้ตัวพลังจิตที่ชื่อว่าหลิวเฟิงนั่นในตอนนี้โดนทั้งกองทัพปกป้องอยู่ ต่อให้ท่านอยากจะฆ่ามันขนาดไหนก็ตาม ข้าเกรงว่าคงไม่อาจจะฆ่ามันได้ในตอนนี้”
เมื่อเว่ยหยวนตี้ได้ยินก็พยักหน้ารับก่อนที่จะพูดออกมา “หลานชายเฉินเฉียง ตอนนี้ถือว่าพวกเราเป็นต่อแล้ว พวกเราสามารถถอนกำลังได้แล้วล่ะ กลับมาซะ”
เฉินเฉียงที่กำลังอยู่ในระหว่างเตรียมตัวจะตะลุยฝ่ากำแพงมนุษย์กลายพันธุ์นี่ไปนั้นได้นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย และเมื่อได้รับคำสั่งนี้ออกมาก็ยิ่งรีบทำให้เขาต้องรีบตัดสินใจบางอย่าง
ในที่สุดเขาก็ได้มีโอกาสพบเจอหลิวเฟิงแล้ว แล้วจะให้เขาปล่อยมันไปแบบนี้เนี่ยนะ
หลิวเฟิงผู้ซึ่งเห็นว่าตนเองรอดแล้วก็ได้ถอดถอนลมหายใจอย่างหนักหน่วง ก่อนที่จะจ้องมองไปยังเฉินเฉียงที่เห็นเพียงบางส่วนผ่านกำแพงมนุษย์ และหันไปมองเว่ยหยวนตี้ที่สั่งให้เฉินเฉียงถอนทัพไปพลาง
เมื่อเขาได้หันกลับมามองเฉินเฉียงอีกครั้งก็พบว่าเฉินเฉียงนั้นได้เก็บดาบดั้นเมฆไปแล้วก็จริง แต่กลับนำธนูดำออกมาแทน
นี่มันกำลังจะทำอะไรกัน
อย่าบอกนะว่าคิดจะขัดคำสั่ง
แต่ด้วยพวกของเขาที่กีดขวางทางไว้อย่างเนืองแน่นขนาดนี้แล้วอย่างมันจะทำอะไรได้กัน
ความคิดนี้ก็ราวถูกคัดลอกไปวางในความคิดของเว่ยหยวนตี้และคนอื่นๆ
ด้วยธนูดำในมือ ลูกธนูไร้สีอีกสองดอกที่ถูกขึ้นสา