าที่ที่กองทัพของข้าแพ้พ่ายนั้นต้องเป็นฝีมือขององครักษ์ฉีที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของจ้าวลี่ผู้นี้เป็นแน่”
“ยิ่งไปกว่านั้นคือ ข้าได้ยินมาจากนายพลที่โชคดีหนีรอดออกมาจากสนามรบมาได้ว่า จ้าวลี่นั้นยังลอบออกคำสั่งไม่ให้พวกเขาสนับสนุนกองกำลังเทียนเว่ยที่เป็นสุดยอดนักรบของมนุษย์ ผลก็คือ กองกำลังเทียนเว่ยผู้สร้างผลงานที่เลิศล้ำในการศึกเขตแดนจักรพรรดิต้องหายสาบสูญ”
“ทั้งหมดนี้ ไม่ว่าเรื่องไหนก็ตามก็เพียงพอที่จะทำให้จ้าวลี่นั้นต้องรับโทษทัณฑ์อย่างหนัก”
“เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ข้า ในฐานะผู้การสูงแห่งตึกจอมพลภาคกลาง จึงขอให้ท่านผู้อาวุโสแห่งสภาสูงภาคกลางนั้นตัดสินโทษจ้าวลี่ ถึงแม้เขานั้นจะไม่สมควรจะให้อภัย แต่ตึกจอมพลของข้าเองนั้นก็ไม่อาจตัดสินโทษทัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมเช่นเดียวกัน”
“เมื่อเป็นเช่นนั้น หากผู้อาวุโสฮั่นเป็นผู้ตัดสินโทษด้วยตัวเอง ข้าเชื่อว่าจ้าวลี่นั้นจะยอมรับโทษทัณฑ์นั้นอย่างเต็มใจ”
หลังจากพูดออกมาอย่างมากมายและยืดยาว ในที่สุด ปันเหรินก็เตะส่งเรื่องของจ้าวลี่กลับไปยังฮั่นจุยเสียอย่างนั้น แต่กระนั้น เขาก็รู้อยู่แล้วว่าฮั่นจุยเองคงไม่คิดจะปล่อยจ้าวลี่ไปโดยง่าย
อย่างที่เขาคาดไว้ หลังจากส่งต่อเรื่องจ้าวลี่กลับไปให้ฮั่นจุย ฮั่นจุยพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ
“ดี ผู้การสูงปันกล่าวได้ถูกต้อง”
“กับความผิดพลาดจ้าวลี่นั้น ข้า จะขอตัดสินในนามของสภาสูงภาคกลางในตอนนี้”
เมื่อจ้าวลี่ได้ยินก็อดที่จะตกตะลึ