ายกเรื่องนี้ออกมาเล่านั้นเป็นเพราะว่าตัวข้าเองก็ตกอยู่ในสภาพงุนงงไม่ต่างไปจากพวกเจ้าในตอนนี้”
“ดังนั้น ข้าคิดว่าพวกเราควรจะหาที่เงียบสงบสักที่หนึ่งในการตั้งหลักกันก่อนเป็นการชั่วคราว ระวางความแค้นและความสับสนมึนงงทั้งหลายเอาไว้ก่อน ไม่แยแสต่อความเป็นไปของสามพันธุ์”
“กัปตัน ท่านคิดจะไปไหนล่ะ ข้าไปด้วยสิ” จางหยวนได้ยืนขึ้นแล้วถามออกมา
“ข้าด้วย”
“ข้าด้วย”
….
ทุกคนในกองกำลังเทียนเว่ยต่างก็ตอบออกมาเป็นเสียงเดียวกัน
เมื่อเห็นฉากนี้แล้ว เฉินเฉียงก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
กองกำลังเทียนเว่ยนั้นมีประสบการณ์ผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน สิ่งนี้ได้หล่อหลอมให้ทุกคนมีสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น แน่นอนว่าแม้แต่เฉินเฉียงเองก็ไม่อยากจะคิดแยกจากพวกเขาเหล่านี้
“เจิ้งยี่ เจ้ายังจดจำได้รึเปล่าว่าที่ไม่ไกลจากสำนักมังกรอาชูร่านั้นมีอาณานิคมหนึ่งอยู่ที่มีชื่อว่าทะเลสาบกระจกน่ะ”
เจิ้งยี่พยักหน้ารับในทันที นั่นก็เพราะนั่นเป็นสถานที่ที่เขาและเฉินเฉียงร่วมมือกันฆ่าสายลับของมนุษย์กลายพันธุ์รุ่นเยาว์กว่ายี่สิบตน จะให้เขาลืมไปได้ยังไงกัน
“สภาพแวดล้อมของที่นั่นดีมาก หากพวกเราไปที่นั่นน่าจะไม่มีใครไปกวนพวกเราได้สักพัก ข้าว่าพวกเราหลบไปอยู่ที่นั่นกันก่อน”
“แล้วจะรอช้าอยู่ไยล่ะพี่น้อง ปิดกำไลสื่อสารแล้วมุ่งตรงไปที่นั่นกันทั้งหมดนี่แหละ”
หลังจากที่เฉินเฉียงปิดกำไลสื่อสารที่ข้อมือ ทุกคนต่างก็ปิดกำไรสื่อสารของตน
หลังจากที่เฉิน