ข้าถามก็คือ ทำไมต้องเป็นลูกของข้า”
“เจ้าจะบอกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นไม่มีใครที่จะหาญกล้าพอที่จะใช้งานได้รึไงกัน”
“หรือว่า…..ที่เจ้าคิดเลือกลูกชายของข้านั้นเป็นเพราะต้องการความดีความชอบจากข้า …แค่นั้นน่ะรึ”
“ข้า….คือข้า…..”
จ้าวลี่นั้นอยากจะพูดออกมาเพื่อป้องกันตัวเองไปเท่านั้น แต่ก็ถูกฮั่นจุยเอาเรื่องที่เขาพูดมาไล่ต้อนเขาพร้อมกับทำเป็นไม่รับรู้เรื่องที่ว่าทำไมฮั่นปู้เอ๋อถึงได้กลายเป็นผู้นำกองทัพในครั้งนี้ หากว่าเขานั้นยังฝืนพูดในทิศทางทางอื่น ฮั่นจุยนั้นสมควรจะฆ่าเขาให้ตกตายไปในตอนนี้
“แล้วก็ในตอนที่ลูกชายของข้าต้องตกตายไปในวันนั้น นายพลทั้งหลายที่รอดกลับมาได้นั้นต่างก็บอกว่าลูกชายของข้าได้ถูกสังหารโดยองครักษ์ที่เจ้าเลือกเฟ้นที่ชื่อ….องครักษ์ฉี เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้ได้ยังไง”
“ผู้อาวุโสฮั่น องครักษ์ฉีนั่นมันติดตามข้ามานานนับเจ็ดแปดปี ข้าเองก็ยังไม่รู้เลยว่ามันเป็นสายลับของมนุษย์กลายพันธุ์”
“ช่างกล้าแก้ตัวนัก”
หลังจากตะคอกออกไปอย่างดังลั่น ฮั่นจุยได้มองไปรอบๆก็พบผู้การสูงแห่งตึกจอมพลภาคกลาง ปันเหริน จึงได้พูดออกมา “ผู้การสูงปัน จ้าวลี่นั้นเป็นคนใต้บังคับบัญชาของเจ้า แต่เขากลับปล่อยให้มนุษย์กลายพันธุ์มาอยู่ข้างกายได้ถึงเจ็ดแปดปี ใครจะรู้ ไม่แน่ว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับตึกจอมพลของเจ้านั้นล้วนทั้งหมดแล้วอาจมาจากองครักษ์ฉีคนนี้ก็ได้”
“ความตายของลูกชายข้านั้นทำให้ข้าเศร้าใจนัก แต่จ้าวลี