นอน
“เรียนผู้อาวุโสฮั่น ผู้นำของจิ้งชวนนั้นเป็นนายน้อยผู้สูงส่งหลิงเว่ยขอรับ” จ้าวลี่พูดออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง ในขณะที่ตอบออกไปนี้เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหัวใจเขาเต้นไปกี่ร้อยกี่พันครั้งไปแล้ว
“ใครนะ”
“ขอรับ ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้ได้แจ้งไปแล้วว่าให้เป็นเขา แต่…..”
“แล้วฮั่นปู้เอ๋อของข้ามีระดับการบ่มเพาะระดับใดกัน แล้วจุดชีพจรที่เปิดแล้วของเขาล่ะ” ฮั่นจุยไม่รอให้จ้าวลี่อธิบายแต่ถามสวนออกไป
“เอ่อออออ นายพลวิญญาณขั้นสูง เปิดจุดชีพจรได้ยี่สิบห้าจุดขอรับ” จ้าวลี่ปาดเหงื่อไปอีกหนึ่งทีหลังจากตอบออกไป
“ป้าบ”
เมื่อฮั่นจุยได้ยินคำตอบนี้ก็ได้ตบโต๊ะไปหนึ่งที ก่อนที่จะยืนขึ้นแล้วตะคอกออกมาอย่างขุ่นเคือง “จ้าวลี่ เจ้าคิดว่าตึกจอมพลภาคกลางและเผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกเรานั้นไร้เทียมทานรึไงกัน ห้ะ”
“เจ้าถึงได้อนุญาตให้คนผู้หนึ่งที่อยู่เพียงแค่ระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงไปกรีธาทัพเข้าใส่มนุษย์กลายพันธุ์แบบนั้น”
“นี่เจ้าโง่จริงหรือต้องการฆ่าลูกชายของข้ากันแน่”
เมื่อจ้าวลี่ได้ยินก็เกรงกลัวจนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นและพยายามพูดออกมาเพื่อป้องกันชีวิตของตนเอง “ท่านผู้อาวุโสฮั่น ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านเองก็รู้ว่าที่ข้าขอให้นายน้อยผู้สูงส่งฮั่นไปเป็นผู้นำกองกำลังในครั้งนี้นั้น ก็เพื่อที่จะนำพาให้คนกลุ่มหนึ่งต้อง….”
“อย่าพูดจาไร้สาระ” ฮั่นจุยได้รีบพูดขัดคอจ้าวลี่ในทันที “ข้าย่อมรู้ว่าเจ้านั้นพาลูกของข้าไปเพื่ออะไร แต่ที่