ไว้ แถมยังเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด”
“พระเจ้าช่วย ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ” เม่ยหลัวหลันได้ปิดปากของตนก่อนจะสงบสติลง “หากมีใครรู้ว่ากัปตันพบเห็นสิ่งใดมาล่ะก็ คนเหล่านั้นจะทำอะไรกันแน่นะ”
“เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าเขตแดนจักรพรรดินั่นเป็นสถานที่ที่จักรพรรดิของทั้งสามเผ่าพันธุ์สู้รบกันจนตกตายไม่ใช่เหรอ”
“แล้วในตอนนั้น องครักษ์หยานเองก็ยังพูดอีกว่า เขตแดนจักรพรรดิเกิดขึ้นหลังจากที่จักรพรรดิของทั้งสามเผ่าพันธุ์ได้ตกตายลงไปด้วยกัน”
“แต่ในตอนนี้กัปตันกลับบอกว่าได้พบเห็นจักรพรรดิของทั้งสามเผ่าพันธุ์ ตามตำนานเรื่องเล่า นี่มันหมายความว่ายังไงกัน”
เพียงเม่ยหลัวหลันได้พูดจบลง เฉินเฉียงก็ได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่นิ่งลึก “ข้าก็ไม่ได้อยากจะพูดอะไรให้มันมากความเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่สิ่งที่ข้าเห็นคือ ข้าพบว่าจักรพรรดิทั้งสามนั้นนั่งลงอยู่ฟากฝั่งเดียวกัน และช่วยกันทำอะไรบางอย่าง”
“โอ้ กัปตัน ท่านหมายความว่ายังไงกัน ท่านจะหมายความว่าความจริงแล้วในครานั้นทั้งสามร่วมมือกันงั้นรึ” ดวงตาของหลู่จี้ได้เบิกกว้างในทันทีแล้วถามออกมา
เฉินเฉียงส่ายหัวไปมา “แล้วเจ้าไม่คิดว่าไอ้ท่าทางที่ข้าบอกเจ้านั้นมันแปลกๆงั้นเหรอ”
“แปลกเหรอ”
จางหยวนได้ก้มหน้าลงเพื่อครุ่นคิดพลางพูดออกมาเบาๆ “ในมิติลึกลับที่อยู่บนยอดของบันไดสู่สรวงสวรรค์ ร่างของราชาจักรพรรดิทั้งสามที่ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ไม่รู้ที่มาที่ไป นั่งอยู่ฝั่งเดียวกันราวกับ