“ฮั่นปู้เอ๋อและพวกมันสมควรตายแล้ว จะไปช่วยมันทำซากอะไร”
“ช่วยไอ้เลวล่ะยำนั่นเรอะ เหอะ ข้าขอให้มันโดนมนุษย์กลายพันธุ์กินให้เรียบไปเลย”
เสียงอันดังก้องได้ดังขึ้นมา
ส่วนหลิวซวนเอ๋อ เม่ยหลัวหลันและหนี่เฟิงนั้น ถึงแม้พวกเธอจะไม่พูดออกมา แต่จากท่าทางก็บอกได้เลยว่าพวกเธอเองนอกจากจะไม่คิดจะช่วยแล้ว พวกเธอยังนึกเกลียดชังฮั่นปู้เอ๋ออย่างจับใจ
ในตอนนี้เฉินเฉียงได้มองไปที่จางหยวนอีกครั้ง ในตอนนี้จางหยวนนั้นกลับไปนั่งยองๆจมจ่อมอยู่กับพื้นพลางมองดูทุกคนอย่างเลื่อนลอยราวกับวิญญาณถูกหลอกหลอนยังไงก็ไม่รู้
“พี่จาง ท่านคิดว่ายังไงเหรอ” กัวเหลียงถามออกมาด้วยเสียงเบาๆ
“ศิษย์พี่กัว อย่าพึ่งพูดอะไรเลยน่า” เฉินเฉียงได้ลากกัวเหลียงออกไป
เฉินเฉียงนั้นสังเกตอาการของจางหยวนมาโดยตลอด และในตอนนี้เขาก็รับรู้ได้ว่าจางหยวนกำลังตกอยู่ในสภาพอารมณ์ที่ขุ่นมัว
นั่นก็เพราะเมื่อตอนอยู่ที่ตึกจอมพลเมืองเหมันต์จันทรา พวกเขาคือกองกำลังไร้เทียมทานมาก่อน
แต่ด้วยช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น จางหยวนต้องการเป็นผู้ที่ต้องคอยนำพาคนทั้งแปดไม่ให้กองกำลังต้องสูญสลาย
นั่นก็เพราะ จางหยวนก็ต้องการให้ผู้คนรับรู้ไว้ว่ากองกำลังเทียนเว่ยนั้น ต่อให้เหลือตัวคนเดียวก็ยังจะเป็นหัวหอกในการพุ่งเข้าใส่มนุษย์กลายพันธุ์
และไม่ว่าจะผ่านความยากลำบากมามากมายขนาดไหนก็ตาม จางหยวนก็ยังยึดมั่นในปณิธานนี้ ไม่เคยพาคนในกองกำลังทำให้ธงแห่งกองกำลังเทียนเว่ยต้องเสียชื่