้า จึงทำให้เขาตัดสินใจตอบแทนพวกเขาด้วยการเอาชีวิตพวกเขาไปสินะ”
“ไม่ใช่เท่านั้นครับ” องครักษ์ฉีไม่ลังเลที่จะพูดต่อ “ในครานั้นหลังจากออกมาจากเขตแดนจักรพรรดิ กองกำลังเทียนเว่ยแสดงให้เห็นว่าพวกมันเก็บแก่นวิญญาณมาได้จำนวนมาก นั่นทำให้มันไปต้องตาใครบางคน”
“นี่ทำให้ในภายหลังเมื่อจ้าวลี่วางแผนคิดจะจัดการกองกำลังเทียนเว่ย ผู้อาวุโสลี่พอพูดเรื่องนี้ผู้อาวุโสฮั่นก็คิดจะห้ามปราม แต่พอท่านจ้าวเสนอให้นายน้อยฮั่นผู้สูงส่งเข้าร่วมเพื่อเปิดทางให้เขาดำรงตำแหน่งในจิ้งชวน และแก่นวิญญาณที่ได้มาทั้งหมดนั้นยินดีที่จะมอบให้นายน้อยผู้สูงส่งฮั่น ผู้อาวุโสฮั่นก็เห็นด้วยในทันที”
“พูดจาโอหังนัก ผู้อาวุโสฮั่นคือหนึ่งในผู้อาวุโสในสภาสูง คนอย่างเขาจะมาเห็นแก่แก่นวิญญาณแล้วยอมเสียนักรบของเผ่าพันธุ์เพียงของเล็กๆน้อยๆได้ยังไง”
“ท่านพูดถูกต้องแล้ว แต่เดิมท่านเองก็ไม่เห็นด้วย แต่….”ในขณะที่องครักษ์ฉีจะพูดต่อ เขาก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติและพยายามจะหันไปมองเฉินเฉียง
“เดี๋ยวนะ เจ้ารู้จักสถานะของผู้อาวุโสฮั่นได้ยังไง แถมยังบอกว่าพวกนั้นเป็นนักรบของเผ่าพันธุ์อีก เจ้าไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์นี่”
เป็นตอนนี้ที่ดาบในมือซ้ายของเฉินเฉียงได้กดลงไปที่คอขององครักษ์ฉียิ่งกว่าเดิม ส่วนมือขวาของเขานั้นสะบัดกำไลสื่อสารไปมาพลางพูดออกไป “องครักษ์ฉี ข้าได้บันทึกคำให้การของเจ้าไปหมดแล้ว กับเรื่องนี้นั้นต้องขอบคุณเจ้ามากเลยจริงๆ”
เมื่อเห็นก