ลนแล้วพูดออกมา “จางหยวน นายน้อยผู้สูงส่งฮั่นของเรานั้นบอกว่าถ้าพวกเจ้าไม่อยากให้คนใต้บังคับบัญชาของเจ้านั้นต้องตกตาย เจ้าก็ควรจะเอาแก่นวิญญาณของเจ้ามาแลกเม็ดยาฟื้นฟูเหล่านี้ซะ”
“องครักษ์ฉี พวกเราไม่เหลือแก่นวิญญาณแล้วจริงๆ เราใช้พวกมันแลกเม็ดยากับพวกท่านไปหมดแล้ว”
“งั้นก็ลืมยาไปซะ” องครักษ์ฉีได้เก็บเม็ดยาฟื้นฟูในทันทีแล้วเตรียมที่จะกลับไป
“อ้อ จางหยวน นายน้อยผู้สูงส่งฮั่นของพวกเรานั้นบอกว่า ในวันพรุ่งนี้เข้า ในฐานะที่พวกเจ้าเป็นแนวหน้า ให้พวกเจ้านั้นเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีมนุษย์กลายพันธุ์ซะ”
“หากเจ้ากล้าขัดคำสั่งล่ะก็ เตรียมที่จะรับการลงโทษตามกฎของกองทัพได้เลย เหอะ”
เมื่อเห็นองครักษ์ฉีกลับเต็นท์หลักไปแล้ว จางหยวนก็ได้กลับเข้าเต็นท์ไป
“มันมากเกินไปแล้ว” หลังจากเจิ้งยี่กินเม็ดยาฟื้นฟูเข้าไปแล้ว อาการบาดเจ็บก็ดีขึ้นมาก แม้แต่เขาเองก็ยังได้ยินการสนทนาระหว่างจางหยวนและองครักษ์ฉีจึงได้คำรามออกมา
“กัปตัน พวกเราควรจะทำยังไงดี”
จางหยวนได้เดินมาหาเฉินเฉียงพลางคอตกและถามออกมา
เฉินเฉียงพูดอะไรออกมา เขาเพียงหันไปดูอาการเจิ้งยี่และพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ดี พรุ่งนี้เจ้าก็น่าจะหายดีแล้ว”
เจิ้งยี่ไม่ได้แสดงท่าทางใดๆออกมา ราวกับจะปล่อยให้เฉินเฉียงทำอะไรก็แล้วแต่เขา
“เจิ้งยี่ เจ้ารู้รึเปล่าว่าหลังจากที่ข้าออกจากเขตแดนจักรพรรดิแล้ว ข้าไปที่ใดมา”
เจิ้งยี่ยังคงไม่แยแส
“ข้าไปที่เกาะเทียนลี่และไปหาราชาสวรรค์”