้าที่มาที่นี่ในครั้งนี้นั้นเป็นเพราะได้ยินบางอย่างมาจากท่านอาจารย์ ข้าได้ยินมาว่าพวกมนุษย์กลายพันธุ์นั้นเริ่มเห็นท่านเป็นขวากหนามในอนาคต ข้าจึงเป็นกังวลเกี่ยวกับท่านจึงรีบเร่งมาเตือน”
เมื่อเว่ยหยวนตี้ได้ยินก็อดประหลาดใจและหัวเราะดังลั่นเสียไม่ได้
“หลานชาย เจ้าต้องได้ยินมาผิดแน่ๆ ไม่ว่ายังไงก็ตาม ลุงคนนี้ก็เป็นเพียงราชาขุนพลขั้นกลางเพียงเท่านั้น ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าข้าไม่เคยออกหน้าไปสู้กับมนุษย์กลายพันธุ์เลยสักครั้ง แล้วข้าจะตกอยู่ในอันตรายได้ยังไงกัน”
“ลุงเว่ย สิ่งที่ข้าพูดมานั้นเป็นความจริง และเท่าที่รู้มานั้น ราชาเหนือมนุษย์ที่คิดร้ายต่อท่านนั้นมีระดับการบ่มเพาะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าท่านแต่อย่างใด”
“แถมข้ายังได้ยินมาว่าเหตุผลที่ราชาเหนือมนุษย์ผู้นี้นั้นต้องการฆ่าท่านเป็นเพราะความแค้นส่วนตัวที่มีมานานหลายปี ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าท่านลุงเว่ยพอจะคุ้นเคยอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้รึเปล่า”
“แค้นส่วนตัว”
เว่ยหยวนตี้ได้ละคำพูดก่อนหน้านี้ของตนทิ้งไปในทันทีเมื่อได้ยิน เขายืนขึ้นก่อนที่จะเดินคิดไปทั่วทั้งห้อง ในที่สุด ในขณะที่ยังมีใบหน้าที่เคร่งเครียด เขาก็ได้พูดออกมา “หลานชาย ขอบคุณมาที่มาเตือนข้าเรื่องนี้เป็นพิเศษ”
“ถึงแม้ว่าลุงจะยังไม่รู้ว่าราชาเหนือมนุษย์คนนั้นเป็นใครก็ตาม แต่ขอให้เจ้าหายห่วงได้ ในฐานะผู้การร่วม ยังไงซะข้าก็ต้องประจำการอยู่ที่นี่ตลอดเวลาอยู่แล้ว”
เฉินเฉียงได้ยืนขึ้นมาและพู