าเลยต้องลงไปรับรองด้วยตัวเอง”
“พูดถึงเรื่องนี้แล้วในตอนนี้ประตูตึกผู้การร่วมของข้านั้นก็ไม่เคยแห้งเหือดจากผู้คนมานานเลยทีเดียว กับเรื่องนี้ต้องขอบคุณกองกำลังเทียนเว่ยของเจ้าจริงๆที่สร้างแต่สิ่งดีๆยามที่เข้าไปที่นั่น”
“ยังไม่รวมที่ว่าเจ้าหนูน้อยฉิงเชินของข้านั่นอีก เอ้อ หลานชาย ฉิงเชินในตอนนี้เข้าไปอยู่กับสภาสูงภาคกลางแล้วนะ เจ้ารู้เรื่องนี้รึยัง”
เฉินเฉียงพยักหน้ารับ และใช้โอกาสที่จะพูดนี้ออกมาในทันที “ลุงเว่ย น้องฉิงเชินไปอยู่ที่นั่นแล้วเป็นยังไงบ้างกัน”
เว่ยหยวนตี้ก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาอย่างภาคภูมิ “ดีมากๆเลย เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าได้พูดคุยกับนาง ข้าได้ยินยินมาจากนางว่าทุกคนที่นั่นล้วนให้ความสำคัญกับนาง และให้ทุกสิ่งที่นางต้องการในการบ่มเพาะให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้”
“เฮ้อ น่าเสียดายที่หลานชายไม่ได้มีส่วนร่วมในการเข้าเขตแดนนั่น”
“แต่ข้าก็ได้ยินมาจากจางหยวนและคนอื่นๆว่าเจ้านั้นถูกเรียกตัวกลับไปโดยอาจารย์ของเจ้านี่”
“แล้วการบ่มเพาะของเจ้าในช่วงสามปีที่กลับไปอยู่ที่นั่นเป็นยังไงบ้างล่ะ”
เฉินเฉียงรู้ในทันทีว่าที่นั่นที่เว่ยหยวนตี้หมายถึงก็คือฮุยตู๋ เขาจึงยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดออกมาอย่างไม่ยอมรับแต่ปฏิเสธแต่อย่างใด “หลานชายคนนี้พึ่งจะเปิดจุดลมปราณได้เพียงยี่สิบแปดจุดเพียงเท่านั้น”
หลังจากเห็นว่าหัวข้อพูดคุยเริ่มที่จะเลยเถิด เขาจึงคิดดึงหัวข้อการสนทนาเป็นเรื่องอื่น
“ลุงเว่ย ข