้ถึงขนาดนี้เลยรึเนี่ย” ราชาสวรรค์หลุดปากด่าออกมาอย่างไม่ลังเล
“ข้าล่ะน้า ไม่คิดเลยจริงๆว่าเจ้าไปถึงขอบเขตแห่งการต่อสู้ขั้นกลางได้โดยที่เจ้านั้นไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยสักนิด”
“เอาล่ะ ฟังข้าให้ดีๆนะ ฟังนะ”
“หากเจ้าต้องการปลดปล่อยขอบเขตแห่งการต่อสู้ มันก็ทำได้ไม่ยากนัก เพียงเจ้าปิดจุดชีพจรทั้งหมดของเจ้า แล้วกระแทกพวกมันด้วยพลังสายเลือดเพียงเท่านั้น”
“………ง่ายแค่นั้นเลยรึ”
“เออ ง่ายแค่นั้นแหละ”
เฉินเฉียงได้ทำตามคำแนะนำของราชาสวรรค์อย่างไม่มีผิดเพี้ยน หรือก็คือเขาได้ปิดจุดชีพจรในร่างของเขาทั้งหมด ก่อนที่เขาจะใช้ทักษะหลอมเลือดทำลายล้างรวมพลังสายเลือดให้พุ่งเข้าหาจุดชีพจรทั้งหมดในทันที
“อ๊ากกกก”
เฉินเฉียงอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องจนคำรามลั่นออกมาเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดของจุดลมปราณทั้งหมดพร้อมๆกัน
ในตอนที่เสียงคำรามของเขาได้ขึ้นถึงขีดสุด ออร่าของเขาก็ได้พลุ่งพล่าน บางส่วนยังคงอยู่กับร่างกาย อีกบางส่วนได้พุ่งกระจายไปในทุกทิศทุกทาง ส่งผลให้เสื้อคลุมของราชาสวรรค์ปลิวสะบัดไปมา แม้แต่หมอกไอดำบนใบหน้าก็ยังต้องหมุนวนเพื่อพยายามรักษาตำแหน่งหน้าที่ของมันอย่างไม่หยุดหย่อน
ส่วนหยานเสวี่ยนั้น ถึงเธอจะฝืนยื้อเท้าเอาไว้ได้แต่มันก็ทำให้เธอต้องถอยร่นไปสองก้าว ก่อนจะมองไปยังเฉินเฉียงที่ในตอนนี้ราวกับเทพสงครามที่มาสถิตอยู่ในโลกอย่างตกตะลึง
“ใช่แล้ว เจ้านั้นสามารถทำให้ขอบเขตจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ไปสู่ขั้นกล