กูเยว่กับเย่ซิงเฟิงก็สัมผัสได้แล้วจึงหันไปมองเช่นกัน
เพียงเห็นเหนือเมฆา มีลำแสงเหินฟ้าพุ่งตรงมา
“ฝ่ายมารเจอพวกเราเข้าแล้ว”
เย่กูเยว่ขมวดคิ้ว ข้างกายเย่ซิงเฟิงกลับส่ายหน้า “ดูจากกระแสปราณ มิใช่มารแน่ ทว่ากลับคล้ายปราณชอบธรรมของนิกายกระบี่หยกเสียมากกว่า”
วินาทีนั้น ลำแสงก็มาหยุดหน้าเรือ
ถัดมา ลำแสงแยกออกเผยร่างชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง ก้าวเดินอย่างสง่า สายตาราวคมดาบ ประหนึ่งผู้ฝึกทางธรรมโดยแท้
“ข้าชื่อลวี่หยาง ขอคารวะท่านเจินเหรินแห่งนิกายกระบี่หยก!”
หน้าเรือ ลวี่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ข้าเป็นผู้ฝึกตนอิสระจากเจียงเป่ย มาที่นี่เพื่อแจ้งข่าวสำคัญเกี่ยวกับฝ่ายมารในเจียงเป่ย!”
แม้ยังไม่มีหลักฐาน แต่ลวี่หยางก็ระแวงว่าพวก ‘นิกายศักดิ์สิทธิ์’ กำลังเล่นงานตน
‘อย่าบอกนะ…พวกมันจะเอาข้าเป็นเหยื่อล่อให้โลกเซวียนหลิงตกหลุม แล้วพวกมันค่อยยกพลเข้าไปเก็บเกี่ยว?’
แต่จะออกจากกับดักนี้ก็ต้องยอมสละ ‘ธาตุทองคำไม้ขาล’ เสียก่อน ทว่าของสิ่งนั้นเกี่ยวพันกับการฝึกพลังของเขาโดยตรง จึงไม่มีวันยอมละทิ้ง
คิดตรองอยู่หลายรอบ ลวี่หยางก็ตัดสินใจแล้ว
ข้าจะสวามิภักดิ์ต่อนิกายกระบี่หยก!
เมื่อก่อน…ข้าไม่มีทางเลือก บัดนี้…ข้าอยากเป็นคนดีสักครั้ง!
คิดได้ดังนี้ เขาจึงออกจากหลุมหมื่นศพ แล้วใช้เส้นทางจากบรรพชนตระกูลอวิ๋นติดตามหาตำแหน่งของเจินเหรินปราบมารจนมาถึงที่นี่
นี่ก็ถือเป็นโอกาส!
โอกาสในการเข้าสู่นิกายกระบี่หยกอย่าง