ของพวกเราไม่ได้รับความอยุติธรรมโดยไอ้ตัวโสโครกแห่งเผ่าพันธุ์แบบนี้อยู่เรื่อยๆแล้วล่ะก็ พวกเราเองคนไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรอีกต่อไป”
แต่ละคนในกองกำลังเทียนเว่ยนั้นเริ่มออกมาพูดด่าทอเฉียวกังอย่างเป็นทิวแถว นี่ทำให้แม้แต่เว่ยหยวนตี้เองนั้นก็อดไม่ได้ที่จะออกมาพูดด้วยเหมือนกัน “ถูกต้องแล้วท่านผู้อาวุโสฮั่น ไม่ว่ายังไงก็ตาม เฉินเฉียงคือวีรบุรุษแห่งเผ่าพันธุ์ผู้ได้สังหารสายลับของพวกมนุษย์กลายพันธุ์อย่างมากมายหลายครั้งหลายหน แล้วเราจะปล่อยให้ชื่อเสียงของเขาต้องแปดเปื้อนได้ยังไงกัน โดยเฉพาะกับคนเผ่าพันธุ์เดียวกัน”
เว่ยฉิงเชินได้ยืนขึ้นข้างพ่อของตนแล้วชี้ไปยังเฉียวกังอย่างโกรธเคืองราวกับจะลงไม้ลงมือ “เฉียวกัง ในตอนที่อยู่เขตแดนจักรพรรดินั้น เจ้าแค้นเคืองข้าที่ไปร่วมมือเปิดเผยตัวตนของหลินฟานในงานประลองสี่สำนักใช่ไหมล่ะ ทำให้เจ้านั้นไม่ช่วยเหลือพวกข้าเพื่อเป็นการแก้แค้นข้าคืน คนเช่นเจ้านั้นมันเลวร้ายและไร้ค่าเกินกว่าที่จะเรียกว่านักรบของเผ่าพันธุ์”
ในตอนนี้เองที่กองกำลังต่างๆก็เริ่มด่าทอเฉียวกังออกมา พวกเขานั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เฉินเฉียงช่วยเอาไว้ในวันที่เกิดเรื่องกำไลสื่อสารและท้ายที่สุดทำให้พวกเขานั้นได้กำไลสื่อสารไปฟรีๆ
ด้วยการที่การทำตัวของเฉียวกังนั้นไม่เป็นที่ต้องตาของใครอยู่แล้ว ในตอนนี้เองก็ทำให้เขานั้นพูดไม่ออกราวกับเป็นคนก่ออาชญากรรมไปเสียอย่างนั้น
“เอาล่ะ”
ในที่สุดฮั่นจุยก็ได้พูดออกมา